
หากพูดถึง “โอมากาเสะ” หลายคนคงนึกถึงการเสิร์ฟซูชิตามใจเชฟที่เน้นปลาตามฤดูกาล แต่วันนี้คอลัมน์อาหารของเราจะพาชาว Memag Online ไปเปิดประสบการณ์ที่เหนือไปอีกขั้น เมื่อห้องอาหารญี่ปุ่นระดับตำนานอย่าง KiSara (คิซาระ) ชั้น 3 โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ ได้นำเสนอความโดดเด่นของวัตถุดิบชั้นเลิศอย่าง “บอสตัน ล็อบสเตอร์” มารังสรรค์เป็น “ล็อบสเตอร์ โอมากาเสะ” 10 คอร์ส ที่ผสานศิลปะการปรุงอาหารญี่ปุ่นสไตล์ร่วมสมัยเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ความพิเศษของมื้อนี้เริ่มต้นตั้งแต่บรรยากาศ เราได้นั่งหน้าเคาน์เตอร์ซูชิบาร์แบบใกล้ชิด เพื่อชมโชว์การปรุงอาหารจาก เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ “ไรอัล ดาดูฟาลซ่า” (Rial Dadufalza) และทีมเชฟ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ราวกับกำลังสร้างสรรค์งานศิลปะลงบนจาน
การเดินทางของ 10 คอร์สแห่งความประทับใจ
การเดินทางของรสชาติเริ่มต้นด้วยการวอร์มกระเพาะด้วย “ล็อบสเตอร์ชาวันมูชิ” (Lobster Chawanmushi) ไข่ตุ๋นเนื้อนุ่มละมุนลิ้นที่ซ่อนตัวอยู่ในน้ำซุปดาชิคั่วหอมกรุ่น ท็อปด้วยเนื้อล็อบสเตอร์และทองคำเปลว เคล้ากลิ่นแปะก๊วยที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

จากนั้นเชฟพาเราเข้าสู่โหมดของสดที่ดึงความหวานของวัตถุดิบออกมาได้อย่างขีดสุด กับ “ล็อบสเตอร์นิกิริ” (Lobster Nigiri) และคำที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่าง “ล็อบสเตอร์อูนิ” (Lobster Uni) ที่นำความหวานของเนื้อล็อบสเตอร์มาเจอกับความครีมมี่ของอูนิและแผ่นทองคำเปลว เป็นคำที่หรูหราและละลายในปาก


ความสนุกของคอร์สนี้คือการแทรกเมนูที่มีความคิดสร้างสรรค์อย่าง “ล็อบสเตอร์ทาโก้” (Lobster Taco) เสิร์ฟมาในรูปแบบที่ทานสนุก กรุบกรอบ แต่งหน้าด้วยไข่ปลาอิคุระที่แตกเป๊าะแป๊ะในปาก ตามมาด้วย “ล็อบสเตอร์อาบุริ” (Lobster Aburi) ที่ผ่านการลนไฟเบาๆ กลิ่นหอมของการเบิร์นไฟช่วยดึงรสชาติอูมามิของล็อบสเตอร์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


ปรับเท็กซ์เจอร์กันสักนิดด้วยความคลาสสิกของ “ล็อบสเตอร์เทมปุระ” (Lobster Tempura) ก้ามล็อบสเตอร์ชิ้นโตทอดมากรอบสีเหลืองทอง แป้งบางเบา ไม่อมน้ำมัน มอบรสสัมผัสแบบดั้งเดิมที่คุ้นเคย ก่อนจะตัดเลี่ยนด้วยความสดชื่นจาก “สลัดล็อบสเตอร์รมควัน” (Smoke D Lobster) ที่มีความพิเศษสุดๆ ตรงที่ใช้น้ำผึ้งบริสุทธิ์จากดาดฟ้าของโรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ เป็นส่วนผสมสำคัญ และเซอร์ไพรส์เพดานปากด้วย “ล็อบสเตอร์ต้มยำคริสป์” (Lobster Tom Yum Crisp) ที่แอบซ่อนกลิ่นอายสไตล์ไทยๆ ไว้ได้อย่างมีชั้นเชิง



เข้าสู่จานหลักที่ทำเอาเราประทับใจสุดๆ กับ “ล็อบสเตอร์ ริซอตโต้” (Lobster Risotto) เชฟเลือกใช้ชีสสตราชเชียเทลลา (Stracciatella) ซึ่งเป็นชีสสดจากอิตาลี ผสมผสานกับซอสเทริยากิและซุปดาชิจากใบชาเขียว รสชาติเข้มข้น หอมมัน และกลมกล่อมเข้ากับเนื้อล็อบสเตอร์ได้อย่างไร้ที่ติ

บทสรุปที่ละมุนละไม
ปิดท้ายค่ำคืนด้วยของหวานที่เป็นเสมือนบทสรุปอันงดงามของมื้อนี้ เชฟได้นำแรงบันดาลใจจากศิลปะการทำอาหารฝรั่งเศสมาผสานเข้ากับความเรียบง่ายของการจัดวางสไตล์ญี่ปุ่น นำเสนอเป็นเมนู “มูสบรี เดอ โมซ์” เนื้อเนียนนุ่มละมุน เสิร์ฟเคียงคู่มากับเค้กอุเมะชู และซอร์เบต์ชาเขียว เป็นจานที่ผสมผสานส่วนผสมต่างๆ ออกมาได้อย่างลงตัว ช่วยล้างปากและปิดท้ายค่ำคืนแห่งมื้ออาหารสุดพิเศษนี้ด้วยความละมุนละไมอย่างแท้จริง

ใครที่กำลังมองหามื้อค่ำสุดพิเศษสำหรับคนรู้ใจ หรืออยากเปิดประสบการณ์การทานโอมากาเสะที่แปลกใหม่และใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมในทุกคำ Memag Online ขอเรคคอมเมนด์ “ล็อบสเตอร์ โอมากาเสะ” คอร์สนี้เลย รับรองว่าจะต้องประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน