
บรรยากาศที่เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในงาน World Economic Forum (WEF) 2026 ปีนี้ เต็มไปด้วยความตึงเครียดและตื่นตัวทันทีที่ Donald Trump ก้าวขึ้นสู่เวทีสุนทรพจน์ สิ่งที่เขาพกมาด้วยไม่ใช่แค่ความมั่นใจในสไตล์ “The Art of the Deal” แต่คือยุทธศาสตร์เขย่าโลกที่เปลี่ยนสนามภูมิรัฐศาสตร์ให้กลายเป็นสนามธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก โดยมี “กรีนแลนด์” เป็นเดิมพันครั้งใหญ่

1. Greenland Framework: ดีลที่ไม่ใช่การซื้อขาด แต่คือการ “ครองสิทธิ”
ทรัมป์ใช้เวลาส่วนใหญ่ย้ำถึงความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องเข้าครอบครองสิทธิเหนือเกาะกรีนแลนด์ โดยเขาเปรียบเปรยว่าเป็น “ดีลอสังหาริมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21”
จุดเปลี่ยนสำคัญ: แม้จะโดนกระแสคัดค้านจากเดนมาร์กในตอนแรก แต่ล่าสุดทรัมป์ได้เสนอ “Greenland Framework” ซึ่งเป็นการขอสิทธิการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อความมั่นคง (เช่น การตั้งฐานป้องกันขีปนาวุธ) และสิทธิในการขุดเจาะทรัพยากร แทนการซื้อขาดอธิปไตย เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมืองโลก
ทำไมต้องกรีนแลนด์?
-
Arctic Domination: ในวันที่น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เส้นทางเดินเรือใหม่ (Northern Sea Route) จะกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่การค้าใหม่ของโลก ใครที่คุมกรีนแลนด์ได้ คือคนที่กุมอำนาจการเดินเรือระหว่างเอเชียและยุโรป
-
The Race for Rare Earths: กรีนแลนด์คือขุมทรัพย์ “แร่หายาก” (Rare Earth Elements) ที่จะมาทดแทนการพึ่งพาจากจีน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการผลิตชิปเซ็ตความเร็วสูงและแบตเตอรี่ EV ยุคใหม่

2. หมัดเด็ด 2026: ภาษีนำเข้า (Tariffs) คือ “ตัวประกัน” การเจรจา
สุนทรพจน์ครั้งนี้ ทรัมป์ไม่ได้มาเพื่อสร้างมิตร แต่มาเพื่อประกาศ “ข้อตกลง” เขาใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองที่ทรงพลังที่สุด โดยเฉพาะการขู่เก็บภาษี 10-25% กับ 8 ชาติยุโรปที่คัดค้านดีลกรีนแลนด์
The Coercive Power: ทรัมป์แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถ “ยกเลิกคำขู่ภาษี” ได้ทันทีหากพันธมิตรยอมโอนอ่อนตามเงื่อนไขยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ นี่คือสัญญาณเตือนว่าในอนาคต ประเทศคู่ค้าอื่นๆ (รวมถึงไทย) อาจถูกบีบด้วยภาษีเพื่อแลกกับข้อตกลงที่มากกว่าเรื่องการค้าธรรมดา

3. ยุทธศาสตร์ “Energy & AI” สองขั้วอำนาจใหม่
ทรัมป์ประกาศกร้าวว่าเขาจะทำให้สหรัฐฯ เป็น “เมืองหลวงแห่งพลังงานและ AI ของโลก” ผ่านนโยบาย 2 ด้าน:
-
Unlimited Energy: สนับสนุนพลังงานฟอสซิลและนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อกดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้ต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
-
AI Supremacy: เมื่อพลังงานราคาถูก สหรัฐฯ จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดดาต้าเซ็นเตอร์และบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกให้ย้ายฐานกลับไปอเมริกาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับจีน

[Executive Analysis] วิเคราะห์เจาะลึก: ผลกระทบต่อไทยและทางรอดของธุรกิจ
สำหรับ CEO และนักธุรกิจไทย สิ่งที่เกิดขึ้นที่ Davos คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจน:
1. Supply Chain Decoupling ที่รุนแรงขึ้น: การที่สหรัฐฯ มุ่งเน้นการคุมทรัพยากรต้นน้ำในกรีนแลนด์ จะทำให้โลกแบ่งขั้วซัพพลายเชนชัดเจนขึ้น ธุรกิจไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้าอาจต้องเผชิญกับมาตรฐานใหม่ที่บังคับให้เลือก “ข้าง”
2. Dollar Strength & Capital Flow: นโยบาย America First จะดึงเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์ ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนและอ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนนำเข้าพลังงานของไทย
3. Thailand as a Neutral Hub: ในขณะที่ทรัมป์บีบยุโรป ไทยสามารถวางตัวเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” สำหรับการลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่น โดยใช้ประโยชน์จากความเป็นกลางทางการเมืองและความแข็งแกร่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
บทสรุป
สุนทรพจน์ของทรัมป์ที่ Davos 2026 คือการตอกย้ำว่า “โลกยุคเสรีทางการค้ากำลังถูกแทนที่ด้วยโลกแห่งการเจรจาผลประโยชน์” ใครที่ปรับตัวช้าหรือยึดติดกับโมเดลธุรกิจเดิมอาจตกขบวนยุทธศาสตร์ใหม่นี้
“วิกฤตที่กรีนแลนด์อาจดูไกลตัว แต่การเปลี่ยนทิศทางของ “เส้นเลือดใหญ่การค้าโลก” คือเรื่องจริงที่ CEO ทุกคนต้องนำมาใส่ไว้ในแผนบริหารความเสี่ยงตั้งแต่วันนี้”