<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CSR Officer - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/tag/csr-officer/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Aug 2021 03:51:11 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>CSR Officer - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอสซีจี เดินหน้าปลูกต้นไม้ ให้อยู่รอดและเติบโต ด้วยองค์ความรู้  จาก “ไม้พื้นถิ่น” สู่ “ป่าโกงกาง” ต่อยอดสู่ “หญ้าทะเล” พืชฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/18987/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Aug 2021 03:51:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[BSE Officer]]></category>
		<category><![CDATA[Community And Government Relation]]></category>
		<category><![CDATA[CSR Officer]]></category>
		<category><![CDATA[จีรนันท์ วงศ์สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนะกรณ์ อินทิยศ]]></category>
		<category><![CDATA[พงศธร สัมพันธ์กาญจน์”]]></category>
		<category><![CDATA[สุภาพรรณ วงศ์จักรแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจีพี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=18987</guid>

					<description><![CDATA[<p>  ในวันที่โลกป่วยด้วยภาวะโลกร้อน “ต้นไม้” เป็นตัวช่วยสำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/18987/">เอสซีจี เดินหน้าปลูกต้นไม้ ให้อยู่รอดและเติบโต ด้วยองค์ความรู้  จาก “ไม้พื้นถิ่น” สู่ “ป่าโกงกาง” ต่อยอดสู่ “หญ้าทะเล” พืชฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-18988 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/SCG_MEmag-Online.jpg" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/SCG_MEmag-Online.jpg 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/SCG_MEmag-Online-300x214.jpg 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><em>  ในวันที่โลกป่วยด้วยภาวะโลกร้อน <strong>“ต้นไม้”</strong> เป็นตัวช่วยสำคัญในการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุหลักได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติและคืนความสมดุลให้กับความหลากหลายทางชีวภาพ   <strong>“เอสซีจี”</strong>  ซึ่งมีประสบการณ์ ความรู้ ความเชียวชาญ ด้านการปลูกต้นไม้ เพื่อการฟื้นฟูป่าที่สมบูรณ์  โดยให้ทุกกลุ่มธุรกิจดำเนินกิจกรรมปลูกต้นไม้ร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นการปลูกอย่างมีองค์ความรู้ เพื่อให้กล้าไม้ต้นเล็กๆ สามารถอยู่รอด และเจริญเติบโตแข็งแรงเป็นต้นไม้ใหญ่ได้อย่างยั่งยืน โดยเอสซีจีได้รวบรวมองค์ความรู้ด้านการปลูก ตั้งแต่การเพาะกล้า การขยายพันธุ์ การปลูกต้นไม้ให้รอดในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม รวมถึงขยายผลการศึกษา และปลูกไปยังป่าโกงกาง และต่อยอดสู่หญ้าทะเล เพราะช่วยดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบก และช่วยฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลให้ยั่งยืน  </em></p>
<p><strong><img loading="lazy" class="size-large wp-image-18990 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง-1024x389.png" alt="ป่าโกงกาง" width="1024" height="389" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง-1024x389.png 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง-300x114.png 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง-768x292.png 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง-1536x584.png 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ป่าโกงกาง.png 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></strong></p>
<p><strong> “ป่าโกงกาง-หญ้าทะเล” พืชมหัศจรรย์ฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน</strong></p>
<p>พืชมหัศจรรย์ของโลกอย่าง <strong>“ป่าโกงกาง”</strong> และ <strong>“หญ้าทะเล” </strong>มักถูกหยิบยกขึ้นมาใช้รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในทะเล แต่เชื่อว่าหลายคนอาจยังไม่รับรู้ถึงความพิเศษและเรียนรู้การปลูกพืชทั้งสองชนิดนี้สักเท่าไหร่<br />
<strong>“เอสซีจี” </strong>ได้ร่วมกับชุมชนและเครือข่ายจิตอาสา ศึกษาและต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการปลูกป่าโกงกางและหญ้าทะเลในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย อ.กันตรัง จ. ตรัง เพื่อช่วยฟื้นฟูและขยายพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าปลูกต้นโกงกาง 14,000 ต้น 20 ไร่ และหญ้าทะเล 15,000 ต้น 10 ไร่ ในปี 2564 ซึ่งการปลูกให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจในการปลูกหรือเพาะพันธุ์อย่างถูกวิธี</p>
<p>การทำลายป่าโกงกางในอดีต ส่งผลให้ชุมชนบ้านมดตะนอยต้องประสบกับภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานขึ้น รวมทั้งพื้นที่หญ้าทะเลของชุมชนก็มีปริมาณลดลงอย่างมากอีกด้วย อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้เกิดคลื่นมรสุมรุนแรง หญ้าทะเลเกิดความเสียหาย อีกทั้งการโผล่พ้นน้ำทะเลนาน ๆ มาเจอกับความร้อนระอุ จึงทำให้หญ้าทะเลแห้งตายในที่สุด</p>
<p>ปัจจุบัน ชุมชนบ้านมดตะนอยร่วมมือกันฟื้นฟูขยายพื้นที่ปลูกป่าโกงกาง และร่วมมือกับชุมชนเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมทั้งต่อยอดองค์ความรู้เพิ่มจากปลูกต้นโกงกางไปสู่หญ้าทะเล ซึ่งถือได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฮีโร่จากท้องทะเล  ที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) ไม่ให้ขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศจนเกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่ทำให้โลกร้อนขึ้น</p>
<p><img loading="lazy" class="size-large wp-image-18989 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/ต้นโกงกาง.jpg 1920w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></p>
<p><strong>เสริมสร้างระบบนิเวศ ช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน</strong></p>
<p>ไม่เพียงเท่านั้น “ป่าโกงกาง” ยังมีประโยชน์ในการช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศในป่าชายเลน เพิ่มพื้นที่วางไข่ของสัตว์น้ำ เพิ่มแหล่งอาหารและแหล่งสมุนไพร เป็นพื้นที่กรองน้ำและขยะสู่ทะเล ทั้งยังช่วยลดแรงปะทะของลมลดการกัดเซาะของน้ำ ที่สำคัญยังช่วยสร้างงานสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้กับชุมชนและคนในพื้นที่ใกล้เคียง ผลจากการปลูกป่าโกงกางทำให้มีกุ้ง หอย ปู ปลา เพิ่มขึ้น เพราะป่าโกงกางเป็นต้นกำหนดของสัตว์ทะเล อีกทั้งยังช่วยดูซับลมร้อนอีกด้วย</p>
<p>ขณะที่ “หญ้าทะเล” ซึ่งพบในประเทศไทยอยู่ถึง 12 ชนิด จาก 58 ชนิดที่พบทั่วโลก สามารถกักเก็บคาร์บอนได้สูงกว่าระบบนิเวศป่าบกเขตร้อนถึง 40 เท่า โดยเก็บไว้ในรูปแบบของมวลชีวภาพ ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช และการดักจับจากตะกอนดินที่ไหลมาจากระบบนิเวศอื่น ๆ อีกทั้งหญ้าทะเลยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ หรือเป็นที่วางไข่ให้กับสัตว์ทะเลขนาดเล็ก เป็นทั้งแหล่งอาหารและแหล่งหลบซ่อนศัตรูของสัตว์ทะเลนานาชนิด รวมไปถึงสัตว์ขนาดใหญ่อย่าง “เต่าทะเล” และ “พะยูน” ที่ต้องพึ่งพาระบบนิเวศหญ้าทะเลนี้ด้วย นั่นหมายความว่า หากป่าโกงกางและหญ้าทะเลลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ก็ย่อมเสี่ยงกับการสูญพันธุ์ของสัตว์ทะเลอีกมากมาย และยังนำไปสู่ภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น เพราะขาดฮีโร่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์นั่นเอง</p>
<p><strong>ปลูกต้นไม้อย่างมีความรู้ เพิ่มโอกาสรอดและเติบโต</strong></p>
<p>ก่อนปลูกต้นโกงกาง ให้ดูความพร้อมของพื้นที่จากพืชนำร่องอย่างต้นแสมที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าพื้นที่ใดสามารถปลูกต้นโกงกางได้ โดยช่วงเวลาเหมาะสมในการปลูกคือ ช่วงปลอดมรสุม ฝั่งอ่าวไทยจะอยู่ประมาณเดือนเมษายน-สิงหาคม แต่ฝั่งอันดามันประมาณเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสรอดให้ต้นโกงกาง เพราะทำให้รากยึดพื้นดินและแข็งแรงพอที่จะต่อสู้ในช่วงมรสุมได้ จึงต้องอาศัยเวลาในการปลูกใหม่พร้อมกับปลูกทดแทนส่วนที่เสียหายจากลมมรสุมอยู่เป็นระยะ ส่วนการปลูกแบ่งออกเป็น การปลูกด้วยฝัก (เน้นปลูกช่วงเดือนเมษายน) และการนำฝักไปเพาะให้เป็นต้นกล้าก่อนนำมาปลูกในดินเลนงอกใหม่ (ปลูกซ่อมแซม) โดยแต่ละต้นให้ปลูกห่างกันประมาณ 1 เมตร</p>
<p>ขณะที่ การปลูกหญ้าทะเล เอสซีจีและชุมชนได้ร่วมกันไปศึกษาดูงานจากแหล่งเพาะพันธุ์หญ้าทะเลที่มูลนิธิ    อันดามัน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงปลากระชังบ้านพรุจูด อ.สิเกา จ.ตรัง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับความรู้ดั้งเดิมของชุมชน มาสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่การเก็บพันธุ์หญ้าทะเล และการทดลองปลูกในศูนย์เพาะพันธุ์ ที่มีอัตราการรอดตายระหว่างเพาะพันธุ์สูงถึง 80 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังช่วยลดความเสียหายให้แหล่งหญ้าทะเลที่เกิดจากวิธีการแยกกอในการย้ายปลูก จนได้พัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้เพาะพันธุ์หญ้าทะเลให้ชุมชนอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาศึกษาดูงานได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong><img loading="lazy" class="size-full wp-image-18991 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/หญ้าทะเล.jpg" alt="" width="667" height="374" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/หญ้าทะเล.jpg 667w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2021/08/หญ้าทะเล-300x168.jpg 300w" sizes="(max-width: 667px) 100vw, 667px" /></strong></p>
<p><strong>รวมพลังจิตอาสาเอสซีจีเรียนรู้ปลูกต้นไม้ถูกวิธีเพื่ออนาคต</strong></p>
<p>เสียงสะท้อนจากพนักงานจิตอาสาของเอสซีจี “ธนะกรณ์ อินทิยศ” BSE Officer สังกัด BSE &#8211; North Chain กลุ่มธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า การปลูกต้นไม้เป็นการปลูกเพื่ออนาคต โดยจากสภาพปัจจุบัน โลกร้อน น้ำแล้ง ฝนทิ้งช่วง ฝนตก แต่ไม่มีน้ำ ทำให้ได้ฉุกคิดว่า ต้องทำอะไรสักอย่าง และสิ่งแรกที่นึกถึงคือ การปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และช่วยลดโลกร้อน เพิ่มความชุ่มชื้นให้ป่า ทำให้โลกน่าอยู่มากขึ้น</p>
<p>“จีรนันท์ วงศ์สวัสดิ์” BSE Officer &#8211; Community And Government Relation สังกัด BSE South Chain กลุ่มธุรกิจธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ให้ความเห็นว่า ต้นโกงกาง มีความสำคัญและคุณประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ช่วยปรับสภาพน้ำเสียจากชุมชนก่อนไหลลงทะเล ป้องกันการกัดเซาะ เป็นแนวกำบังคลื่นลม เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเล และยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย ภูมิใจและดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ในพื้นที่ชุมชนบ้านหน้าทับ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับเยาวชน จิตอาสา เครือข่ายชุมชน ซึ่งทุกคนใส่ใจในการปลูก ว่าปลูกอย่างไรให้อยู่รอดและเติบโตสร้างคุณประโยชน์ต่อไปในพื้นที่ให้ได้ ด้วยการเรียนรู้วิธีการจากภูมิปัญญาคนในชุมชน</p>
<p>“สุภาพรรณ วงศ์จักรแก้ว” พนักงานการบุคคลและธุรการบางซื่อ บจก.นวพลาสติกอุตสาหกรรม กลุ่มธุรกิจ<br />
เคมิคอลส์ กล่าวว่า ได้ปลูกต้นประดูซึ่งเป็นไม้พื้นถิ่น และเห็นการเจริญเติบโตของต้นประดู่ ตั้งแต่การแช่เมล็ด การแตกและงอกออกจากเมล็ด การเห็นใบอ่อนเติบโตอย่างรวดเร็วและดูแลให้เติบโตอยู่รอด</p>
<p>ปิดท้ายกันที่ “พงศธร สัมพันธ์กาญจน์” CSR Officer เอสซีจีพี โรงงานบ้านโป่ง มองว่า ปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะช่วยให้โลกใบนี้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น ความอุดมสมบูรณ์จากป่าที่มีต้นไม้นานาพันธุ์นั้น สร้างคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์แก่โลก รากพืชที่อุ้มน้ำในดิน ทำให้ผืนดินมีความชุ่มชื้น สามารถป้องกันภัยจากธรรมชาติ อีกทั้งยังเป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ วันนี้พื้นที่ผืนป่าได้ถูกทำลายไปมาก ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องมาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน พลิกฟื้นคืนผืนป่า ด้วยการร่วมกันปลูกต้นไม้ “ปลูกด้วยรัก พิทักษ์โลก” เพื่อโลกที่น่าอยู่ของเราตลอดไป”</p>
<p><strong><em>                เพราะพันธุ์ไม้มีหลากหลายชนิด แต่ละชนิดมีวิธีกระจายเมล็ดพันธุ์และเติบโตได้ในสภาพดินฟ้าอากาศที่แตกต่างกัน นักรักษ์โลกที่หันมาช่วยกันปลูกต้นไม้ ต้องเปลี่ยนมาปลูกอย่างถูกวิธีและมีความรู้ เพื่อให้ต้นไม้อยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน สร้าง “ป่าสีเขียว” มาช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดภาวะโลกร้อนได้ต่อไป</em></strong></p>
<p><strong><em> </em></strong></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/18987/">เอสซีจี เดินหน้าปลูกต้นไม้ ให้อยู่รอดและเติบโต ด้วยองค์ความรู้  จาก “ไม้พื้นถิ่น” สู่ “ป่าโกงกาง” ต่อยอดสู่ “หญ้าทะเล” พืชฮีโร่ช่วยลดโลกร้อน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
