<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แถลงผลประกอบการ - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/tag/%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 Nov 2022 00:54:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>แถลงผลประกอบการ - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เอไอเอ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2565 มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ตัวเลขมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่ง เติบโตจากทุกส่วนงานที่รายงานผล</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/24146/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Nov 2022 14:55:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Public Bank Berhad]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มบริษัทเอไอเอ]]></category>
		<category><![CDATA[แถลงผลประกอบการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=24146</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) แถลงผลประกอบการตัวชี้วัดธุรกิจที่สำคัญของไตรมาสที่สาม สิ้นสุด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565</p>
<p>สรุปข้อมูลการเงินที่สำคัญ</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/24146/">เอไอเอ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2565 มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ตัวเลขมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่ง เติบโตจากทุกส่วนงานที่รายงานผล</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-24147 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2022/11/Untitled-744-×-531px-1-1.png" alt="เอไอเอ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2565" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2022/11/Untitled-744-×-531px-1-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2022/11/Untitled-744-×-531px-1-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>กลุ่มบริษัทเอไอเอ</strong> (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท” รหัสหลักทรัพย์: 1299) แถลงผลประกอบการตัวชี้วัดธุรกิจที่สำคัญของไตรมาสที่สาม สิ้นสุด ณ วันที่ <strong>30</strong> กันยายน <strong>2565</strong></p>
<p><strong>สรุปข้อมูลการเงินที่สำคัญ</strong></p>
<p><strong>อัตราการเติบโตรายงานจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่</strong></p>
<ul>
<li>มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 คิดเป็น 741 ล้านเหรียญสหรัฐ</li>
<li>ตัวเลขมูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตสูงขึ้นในทุกตลาด</li>
<li>เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 เป็น 1,271 ล้านเหรียญสหรัฐ</li>
<li>อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin) อยู่ที่ร้อยละ 1</li>
<li>เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 อยู่ที่ 8,656 ล้านเหรียญสหรัฐ</li>
</ul>
<table width="680">
<tbody>
<tr>
<td width="117"><strong>หน่วย </strong><strong>: </strong><strong>ล้านเหรียญสหรัฐ</strong></p>
<p><strong>เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น</strong></td>
<td width="53"><strong>ปี 2565</strong></td>
<td width="57"><strong>ปี 2564</strong></td>
<td width="85"><strong>เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ</strong></p>
<p><strong>ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่)</strong></td>
<td width="85"><strong>เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง)</strong></td>
<td width="53"><strong>ปี 2565</strong></td>
<td width="53"><strong>ปี 2564</strong></td>
<td width="85"><strong>เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของ</strong></p>
<p><strong>ปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนคงที่)</strong></td>
<td width="92"><strong>เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (อัตราแลกเปลี่ยนตามจริง)</strong></td>
</tr>
<tr>
<td width="117">มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB)</td>
<td width="53">741</td>
<td width="57">735</td>
<td width="85">7%</td>
<td width="85">
<p style="text-align: center;">1%</p>
</td>
<td width="53">2,277</td>
<td width="53">2,549</td>
<td width="85">(8)%</td>
<td width="92">(11)%</td>
</tr>
<tr>
<td width="117">อัตรากำไรของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB margin)</td>
<td width="53">58.1%</td>
<td width="57">58.5%</td>
<td width="85">(0.3) จุด</td>
<td width="85">(0.4) จุด</td>
<td width="53">
<p style="text-align: center;">56.1%</p>
</td>
<td width="53">58.9%</td>
<td width="85">(2.9) จุด</td>
<td width="92">(2.8) จุด</td>
</tr>
<tr>
<td width="117">เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP)</td>
<td width="53">1,271</td>
<td width="57">1,249</td>
<td width="85">8%</td>
<td width="85">2%</td>
<td width="53">4,049</td>
<td width="53">4,309</td>
<td width="85">(3)%</td>
<td width="92">(6)%</td>
</tr>
<tr>
<td width="117">เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI)</td>
<td width="53">8,656</td>
<td width="57">8,952</td>
<td width="85">2%</td>
<td width="85">(3)%</td>
<td width="53">27,224</td>
<td width="53">27,463</td>
<td width="85">3%</td>
<td width="92">(1)%</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong>นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ</strong> กล่าวว่า “กลุ่มบริษัทเอไอเอส่งมอบผลประกอบการมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ในไตรมาสที่สาม จากทุกกลุ่มธุรกิจที่สามารถรายงาน ซึ่งแสดงถึงผลประกอบการที่กลับมาของเราในไตรมาสที่สองและต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาสที่สาม</p>
<p>“การขายผ่านตัวแทนพรีเมียร์ เอเจนซี่ และช่องทางพันธมิตรของเราทั้งสองสร้างการเติบโตที่สูงขึ้นให้แก่มูลค่าธุรกิจใหม่ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของปี 2564 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแพลตฟอร์มการขายที่เหนือกว่าทั่วภูมิภาคเอเชีย สำหรับช่องทางตัวแทน การสรรหาตัวแทนปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่สามและด้วยประสิทธิภาพการทำงานของตัวแทนที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบปีต่อปี ส่วนพันธมิตรช่องทางธนาคารของเราก็ได้ส่งมอบการเติบโตที่ยอดเยี่ยมแก่มูลค่าธุรกิจใหม่ด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมากจากการเป็นผู้นำในด้านการดำเนินธุรกิจทั่วทั้งอาเซียน</p>
<p>“เอไอเอยังคงมุ่งเน้นที่การดำเนินธุรกิจตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจว่าเอไอเอจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสการเติบโตเชิงโครงสร้างที่มีให้แก่บริษัท เรามุ่งพัฒนาด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และการวิเคราะห์ (TDA) อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า รวมถึงมอบประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมให้กับช่องทางการขายที่เป็นเลิศของเรา</p>
<p>“เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทดำเนินการเพื่อเข้าซื้อกิจการ Blue Cross แล้วเสร็จซึ่งเป็นบริษัทประกันสุขภาพเฉพาะทางในฮ่องกง และในเดือนกันยายน เราได้ประกาศการเข้าซื้อกิจการ MediCard ซึ่งเป็นองค์กรดูแลสุขภาพชั้นนำ (HMO) ในประเทศฟิลิปปินส์ การที่เอไอเอมีบริการใหม่เพิ่มเติมเหล่านี้จะช่วยเร่งกลยุทธ์ใหม่ด้านสุขภาพแบบบูรณาการของเรา ซึ่งจะมาส่งเสริมความมุ่งมั่นในการทำให้การดูแลสุขภาพสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ราคาโดนใจมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อลูกค้าของเรา</p>
<p>“ฐานะทางการเงินของกลุ่มยังคงแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์ในตลาดเงินทุนทั่วโลกที่มีความไม่แน่นอน และเรายังสามารถคืนทุนส่วนเกินให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อคืนหุ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โครงสร้างการจัดการเงินทุนของบริษัทช่วยทำให้เรามั่นใจได้ว่าบริษัทสามารถทนต่อแรงกดดันจากตลาดทุนและบริหารทรัพยากรให้เพียงพอ รวมถึงรักษาความยืดหยุ่นทางการเงิน เพื่อลงทุนในธุรกิจใหม่ ๆ และสร้างโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของธุรกิจต่อไป</p>
<p>“ผมมั่นใจว่ากลยุทธ์การเติบโตของเราจะยังคงส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนหลายล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา <strong>Healthier, Longer, Better Lives</strong>”</p>
<p><strong>สรุปผลการดำเนินงานของไตรมาส 3</strong></p>
<p>มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) มีมูลค่า 741 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2564 ซึ่งเติบโตจากทุกส่วนงานที่รายงานผล ประกอบกับการเติบโตของทั้งช่องทางตัวแทนและพันธมิตร</p>
<p>ในขณะที่มาตรการควบคุมโรคระบาดในจีนแผ่นดินใหญ่ผ่อนคลายลง เอไอเอ ประเทศจีน ประสบความสำเร็จด้านยอดขายอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 3 มีอัตราการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่คิดเป็นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปี 2564 เราสร้างการเติบโตทั้งแบบปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาสจากสาขาของเราที่ตั้งขึ้นก่อนการขยายทางภูมิศาสตร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการขายในเซียงไฮ้ นอกจากนี้ เรายังคงสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ที่เติบโตแบบปีต่อปีได้อย่างยอดเยี่ยมจากการขยายสาขา ซึ่งทั้งการปฏิบัติงานผ่านระบบดิจิทัล ประกอบกับโปรแกรมพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่เป็นมืออาชีพ ทำให้เอไอเอ ประเทศจีน มีความแตกต่างเหนือคู่แข่ง อีกทั้งยังประสบความสำเร็จในการสรรหาตัวแทนใหม่ในระดับที่ดี รวมถึงผลผลิตที่เพิ่มขึ้นจากทั้งตัวแทนใหม่และตัวแทนที่มีอยู่ของเราในไตรมาสที่สาม</p>
<p><strong>เอไอเอ ฮ่องกง</strong> สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจได้อีกไตรมาส ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งของยอดขายที่มาจากนักท่องเที่ยวในจีนแผ่นดินใหญ่ผ่านสาขามาเก๊า ตลอดจนช่องทางพันธมิตรธนาคารที่เราร่วมมือแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับธนาคารแห่งเอเชียตะวันออก (Bank of East Asia) ยังคงสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>เอไอเอ ประเทศไทย</strong> มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ในไตรมาสที่สามจากการขายผ่านทุกช่องทาง รวมถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งจากพันธมิตรธนาคาร เราประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสรรหาตัวแทนใหม่ ซึ่งช่วยทำให้มีจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานและสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ให้กับบริษัทได้เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเรายังคงมองเห็นแนวโน้มเชิงบวกจากไตรมาสที่สอง และเห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจแบบไตรมาสต่อไตรมาสซึ่งมาจากยอดเคลมของโรคโควิด 19 ที่ลดลงในไตรมาสที่สาม</p>
<p>เอไอเอ ประเทศสิงคโปร์ และเอไอเอ ประเทศมาเลเซีย มีความแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งในไตรมาสที่สอง จนถึงไตรมาสที่สาม โดยทั้งสองตลาดมีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวเลขสองหลักอีกครั้ง โดยในแต่ละตลาด การขายผ่านตัวแทนพรีเมียร์ เอเจนซี่ และช่องทางพันธมิตร สร้างมูลค่าใหม่ให้เติบโตขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และการวิเคราะห์ <strong>(TDA)</strong> ในประเทศสิงคโปร์ จำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานมีจำนวนเพิ่มขึ้น ประกอบกับการผสมผสานผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความชื่นชอบมากขึ้น ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันการเติบโต ขณะเดียวกันเรายังได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมจากการเป็นพันธมิตรแบบเอ็กซ์คลูซีฟของเรากับ <strong>Public Bank Berhad</strong> ในมาเลเซีย</p>
<p>มูลค่าธุรกิจใหม่ในตลาดอื่น ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของปี 2564 ขณะเดียวกันธุรกิจของเราในประเทศออสเตรเลียและประเทศเกาหลีใต้ยังคงเห็นตัวเลขมูลค่าธุรกิจใหม่ลดลง แต่เรายังคงสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่โดยรวมที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากจากตลาดอื่น ๆ ในทุกส่วนที่รายงานผล โดยทาทา เอไอเอ ประกันชีวิต ในประเทศอินเดียยังคงส่งมอบมูลค่าธุรกิจใหม่อันยอดเยี่ยม ซึ่งได้แรงหนุนจากผลงานที่แข็งแกร่งจากแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายหลายช่องทาง</p>
<p>โดยภาพรวมเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) ของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 หรือเพิ่มเป็น 1,271 ล้านเหรียญสหรัฐ กำไรจากมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงทรงตัวในวงกว้างจากปีที่แล้วที่ร้อยละ 58.1 สำหรับสมมติฐานผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาวที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าธุรกิจใหม่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากที่แสดงในรายงานประจำปี 2564 ของเรา กำไรที่รายงานเป็นมูลค่าปัจจุบันของเบี้ยประกันภัยธุรกิจใหม่ (PVNBP) เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10 จากร้อยละ 9 ในไตรมาสที่สามของปี 2564 ขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวม (TWPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 2 เป็น 8,656 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาเดียวกัน</p>
<p><strong>ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (</strong><strong>IFRS) </strong><strong>ฉบับที่ 17</strong></p>
<p>ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 เอไอเอจะใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) ฉบับที่ 9 และ 17 สำหรับงบการเงินรวมของกลุ่มบริษัท ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้านี้ การนำมาตรฐานการบัญชีเหล่านี้ไปใช้ไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐศาสตร์พื้นฐานของธุรกิจของเรา โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ของกลุ่ม มูลค่าพื้นฐานของกิจการ ความสามารถในการชำระหนี้ เงินทุน การสร้างเงินสด และนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่รอบคอบ ยั่งยืน และก้าวหน้า</p>
<p>กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) และส่วนของผู้ถือหุ้นที่จัดสรรไว้จะยังคงเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพ IFRS หลักของกลุ่มบริษัท หลังจากนำมาตรฐานใหม่มาใช้</p>
<p>การเตรียมตัวสำหรับการนำมาตรฐานใหม่มาใช้ของเราอยู่ในระหว่างดำเนินการ เราตั้งใจที่จะให้ข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานะเต็มปี 2565 ในผลประกอบการประจำปีของเรา รวมถึงงบการเงินรวมที่ปรับปรุงใหม่ของกลุ่มบริษัทสำหรับปี 2565 ในไตรมาสที่สอง ของปี 2566 ก่อนที่จะทำการประกาศผลระหว่างปี 2566</p>
<p>เพื่อความชัดเจนในการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินระหว่างประเทศ (IFRS) ฉบับที่ 17 มาใช้จะช่วยแก้ปัญหาส่วนใหญ่ของความไม่ตรงกันทางบัญชีที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจซึ่งสร้างขึ้นระหว่างสินทรัพย์และหนี้สินในงบการเงินรวมของกลุ่มภายใต้ IFRS ฉบับที่ 4 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำ IFRS ฉบับที่ 9 และ 17 มาใช้จะช่วยขจัดการเคลื่อนไหวของมูลค่ายุติธรรมที่ไม่เกี่ยวกับเศรษฐกิจที่ติดลบ จำนวน 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐจาก 1.552 พันล้านเหรียญสหรัฐจากตราสารอนุพันธ์ด้านอัตราดอกเบี้ยที่รวมอยู่ในกำไรสุทธิที่รายงานในผลประกอบการระหว่างปี 2565 กลุ่มบริษัทใช้เครื่องมือทางการเงินที่เป็นอนุพันธ์เหล่านี้เพื่อการบริหารความเสี่ยง</p>
<p><strong>ภาพรวม</strong></p>
<p>เศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัวในช่วงต้นปี 2565 ตามการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในปี 2564 และการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในขณะที่ตลาดทุนทั่วโลกมีความผันผวนสูง การเติบโตของเอไอเอในไตรมาสที่สามของปี 2565 แสดงให้เห็นถึงข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญของเรา ทั้งในด้านความกว้างและความหลากหลายของตลาด ความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน รวมไปถึงคุณภาพของบุคลากรของเรา</p>
<p>แนวโน้มระยะยาวสำหรับธุรกิจของเอไอเอยังคงโดดเด่นโดยแรงสนับสนุนเชิงโครงสร้างของความมั่งคั่งทางการเงินที่เพิ่มขึ้น การเข้ามาแข่งขันในตลาดประกันชีวิตที่อยู่ในระดับต่ำ และการคุ้มครองสวัสดิการสังคมที่มีจำกัดทั่วเอเชีย เอไอเออยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นในการคว้าโอกาสมหาศาลในระยะยาวของตลาดประกันชีวิตและสุขภาพในเอเชีย ส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนในระยะยาวสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา</p>
<p><strong>ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ</strong></p>
<p>เอไอเอได้รับเบี้ยประกันภัยส่วนใหญ่เป็นเงินสกุลท้องถิ่น ซึ่งทำให้สินทรัพย์และหนี้สินของเรามีมูลค่าใกล้เคียงกัน เพื่อช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ ในรายงานงบการเงินรวมของกลุ่มที่มีการแปลเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น เราจึงมีการเปรียบเทียบอัตราการเติบโตจากอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนของผลการดำเนินธุรกิจ</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/24146/">เอไอเอ ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของปี 2565 มูลค่าธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 ตัวเลขมูลค่าธุรกิจใหม่ที่แข็งแกร่ง เติบโตจากทุกส่วนงานที่รายงานผล</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2561  เผยมุ่งธุรกิจหลักในอาเซียน ควบคู่ธุรกิจค้าปลีก-กระจายสินค้า หนุนเทคโนโลยีดิจิทัล-นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/6401/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Jul 2018 05:05:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Market insight]]></category>
		<category><![CDATA[Memag online]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[แถลงผลประกอบการ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.memagazine.co.th/?p=6401</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ : 25 กรกฎาคม 2561 – ผลประกอบการเอสซีจีไตรมาสที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/6401/">เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2561  เผยมุ่งธุรกิจหลักในอาเซียน ควบคู่ธุรกิจค้าปลีก-กระจายสินค้า หนุนเทคโนโลยีดิจิทัล-นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/1-เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาสที่-2-และครึ่งปีแรกของปี-2561.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6402 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/1-เอสซีจีแถลงผลประกอบการไตรมาสที่-2-และครึ่งปีแรกของปี-2561-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong><em>กรุงเทพฯ : </em></strong><strong><em>25</em></strong> <strong><em>กรกฎาคม </em></strong><strong><em>2561</em></strong><strong> – </strong><strong>ผลประกอบการเอสซีจี</strong><strong>ไตรมาสที่ </strong><strong>2 เป็นที่น่าพอใจ โดยมี</strong><strong>กำไรใกล้เคียงกับ ไตรมาสก่อน แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยต้นทุนที่สูงขึ้นและการซบเซาของตลาดตามฤดูกาล เผย</strong><strong>เดินหน้า  ธุรกิจหลักในอาเซียนรับการขยายตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่และการกระจายสินค้า โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเสริมประสิทธิภาพการตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งขยายธุรกิจขนส่งไปในจีนตอนใต้ พร้อมหนุน ความร่วมมือด้านนวัตกรรม เพื่อสร้างสรรค์สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้องค์กร</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า งบการเงินรวมก่อนสอบทานของเอสซีจี ในไตรมาสที่ 2 ประจำปี 2561 มีรายได้จากการขาย 120,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากธุรกิจส่วนใหญ่มีปริมาณขายและราคาขายเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสำหรับงวด 12,402 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์ และรายได้เงินปันผลรับจากเงินลงทุน  ในธุรกิจอื่นลดลง แต่ยังคงใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เพราะแม้ว่าธุรกิจจะได้รับผลกระทบจากช่วงฤดูกาลซบเซาของธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง แต่ยังมีรายได้เงินปันผลรับจากเงินลงทุนในธุรกิจอื่นช่วยสนับสนุน</p>
<p style="text-align: justify;"><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/8-การลงนามความร่วมมือวิจัยทันตนวัตกรรม.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6405 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/8-การลงนามความร่วมมือวิจัยทันตนวัตกรรม-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2561 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 238,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จาก ช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสำหรับงวด 24,808 ล้านบาท ลดลง  ร้อยละ 19 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปีที่ผ่านมามีกำไรจากการขายเงินลงทุน รวมถึงราคาวัตถุดิบปิโตรเคมีที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้นในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการส่งออกครึ่งปีแรก 64,993 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 27 ของยอดขายรวม โดยไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p><strong>สำหรับผลการดำเนินงานของเอสซีจี นอกเหนือจากประเทศไทย</strong><strong>ในช่วงครึ่งปีแรกของปี </strong><strong>2561</strong></p>
<p>เอสซีจีมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอาเซียน เท่ากับ 57,044 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 24 จากยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการขายในภูมิภาคอื่น ๆ 43,019 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 18 จากยอดขายรวม</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/6-เอสซีจีเข้าซื้อหุ้นร้อยละ-29-ใน-CSA.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6404" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/6-เอสซีจีเข้าซื้อหุ้นร้อยละ-29-ใน-CSA-1024x713.jpg" alt="" width="1024" height="713" /></a></p>
<p><strong>สินทรัพย์รวมของเอสซีจี ณ วันที่ </strong><strong>30 มิถุนายน 2561 มีมูลค่า 590,719 ล้านบาท โดยร้อยละ 25 เป็นสินทรัพย์   ในอาเซียน</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ผลการดำเนินงาน</strong><strong>ในไตรมาสที่ </strong><strong>2 และครึ่งปีแรกปี</strong> <strong>2561 แยกตามรายธุรกิจ ดังนี้</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ธุรกิจ</strong><strong>เคมิคอลส์</strong> ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 57,053 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีกำไรสำหรับงวด 8,131 ล้านบาท ลดลง            ร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน เนื่องจากปัจจัยเงินบาทแข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ในครึ่งปีแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 109,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น โดยมีกำไรสำหรับงวด 16,266 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 27 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปัจจัยเงินบาท    แข็งค่าและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/9-ปูนพลาสเตอร์หล่อแบบฟันป้องกันเชื้อโรค.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6407 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/9-ปูนพลาสเตอร์หล่อแบบฟันป้องกันเชื้อโรค-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ธุรกิจ</strong><strong>ซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</strong> ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 44,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงร้อยละ 4 จากไตรมาสก่อน เนื่องจากสภาพตลาดผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและเซรามิกในไทยยังคงซบเซา โดยมีกำไรสำหรับงวด 1,677 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงร้อยละ 32 จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยฤดูกาล ทำให้ในครึ่งปีแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 91,119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 จากช่วงเดียวกัน   ของปีก่อน จากการขยายตัวของตลาดในภูมิภาค โดยมีกำไรสำหรับงวด 4,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ธุรกิจ</strong><strong>แพคเกจจิ้ง</strong> ในไตรมาสที่ 2 ปี 2561 มีรายได้จากการขาย 21,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาขายและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ แต่ลดลงร้อยละ 1 จากไตรมาสก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 1,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 59 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากไตรมาสก่อน ทำให้ใน ครึ่งปีแรกของปี 2561 มีรายได้จากการขาย 43,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสำหรับงวด 3,110 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</p>
<p style="text-align: justify;"><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/3-คุณรุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6406 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/3-คุณรุ่งโรจน์-รังสิโยภาส-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-1024x662.jpg" alt="" width="1024" height="662" /></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>นายรุ่งโรจน์</strong> กล่าวว่า “เอสซีจีเดินหน้าขยายธุรกิจหลักสู่ภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ <strong>Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP)</strong> ซึ่งเป็นโครงการปิโตรเคมีครบวงจรรายแรกในเวียดนามที่คืบหน้าอย่างต่อเนื่องหลังจากนายกรัฐมนตรีของเวียดนามพร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงได้ร่วมวางศิลาฤกษ์โครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดเอสซีจีได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นจากร้อยละ 71 เป็นร้อยละ 100 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และมีแผนจะลงนามสัญญาเงินกู้มูลค่าประมาณ 3,200 ล้านดอล์ลาร์สหรัฐกับสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะเริ่มดำเนินการออกแบบวิศวกรรม การจัดหาเครื่องจักรและอุปกรณ์ และการก่อสร้างโรงงาน <strong>(Engineering, Procurement and Construction หรือ EPC)</strong> ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2561 เพื่อเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในครึ่งปีแรกของปี 2566 ซึ่งโครงการนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ สนับสนุนอุตสาหกรรมต่อเนื่อง และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนามต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;">ส่วนในไทย เอสซีจีได้ขยายกำลังการผลิตของโครงการมาบตาพุดโอเลฟินส์ <strong>(MOC)</strong> จากปัจจุบัน 1.7 ล้านตันต่อปี เป็น 2.05 ล้านตันต่อปี ซึ่งจะทำให้โครงการมีความยืดหยุ่นในการเลือกใช้วัตถุดิบและสร้างโอกาสในการใช้ก๊าซโพรเพนซึ่งมี ต้นทุนต่ำเป็นวัตถุดิบ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเสริมขีดความสามารถทางการแข่งขัน</p>
<p style="text-align: justify;">นอกจากธุรกิจหลักแล้ว เอสซีจียังสร้างการเติบโตของธุรกิจให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของตลาดและพฤติกรรมลูกค้า ด้วยการรุกธุรกิจบริการ จัดจำหน่าย และกระจายสินค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ผ่านการร่วมมือกับสตาร์ทอัพที่พัฒนาซอฟต์แวร์และแพลทฟอร์มสำหรับบริหารต้นทุนและซื้อขายสินค้าออนไลน์ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และขยายฐานลูกค้าร่วมกัน</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/7-ร้านค้าปลีกสมัยใหม่-Mitra10.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6403 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/7-ร้านค้าปลีกสมัยใหม่-Mitra10-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">ล่าสุด เอสซีจีได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 29 ใน<strong> PT Catur Sentosa Adiprana Tbk (CSA)</strong> ซึ่งเป็นธุรกิจชั้นนำของอินโดนีเซีย เพื่อเสริมศักยภาพให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายจำนวนร้านค้าปลีกสมัยใหม่สำหรับสินค้าเกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้างภายใต้ชื่อ “Mitra10” ให้รองรับความต้องการลูกค้าได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบัน 27 สาขา ซึ่งมากและครอบคลุมที่สุดในประเทศ เป็น 50 สาขาภายในปี 2564 และการเพิ่มประสิทธิภาพของการกระจายสินค้าไปยังเครือข่ายร้านค้าปลีกอื่น ๆ อีกมากกว่า 30,000 แห่ง ทั่วประเทศ ด้วยระบบบริหารคลังสินค้าและนวัตกรรมใหม่ ๆ หลังจากที่โกลบอลเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (GBI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของเอสซีจีได้เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 30 ใน <strong>PRO 1 GLOBAL Company Limited</strong> ซึ่งเป็นธุรกิจจัดจำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน และเครือข่ายร้านค้าปลีกชั้นนำในเมียนมาภายใต้ชื่อ <strong>&#8220;Pro1-Global&#8221;</strong> เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายสาขาของร้านซึ่งปัจจุบันมี 6 สาขา และการพัฒนาระบบบริหาร Supply chain รวมทั้ง IT ให้รองรับ Omni Channel ในอนาคต</p>
<p>นอกจากนี้ เอสซีจียังเข้าร่วมทุนกับ <strong>Jusda Supply Chain Management International (JUSDA)</strong> เพื่อจัดตั้งบริษัทขนส่งและบริหารจัดการ <strong>Supply chain</strong> ที่ให้บริการทางตอนใต้ของจีนและอาเซียน ซึ่งปัจจุบันมีการค้าขายระหว่างสองภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้น ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง สินค้าเกษตรและอาหาร และธุรกิจต่อยอดแบบคัดคุณภาพ รวมทั้งการซื้อขายออนไลน์ โดยคาดว่าจะจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้</p>
<p style="text-align: justify;">เอสซีจียังมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในสังคม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2561 เอสซีจีมียอดขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม <strong>(High Value Added Products &amp; Services &#8211; HVA) 45,257</strong> ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 38 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดขาย HVA ในครึ่งปีแรกของปี 2561 ทั้งสิ้น 91,101 ล้านบาท โดยล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ทันตนวัตกรรม ร่วมกับคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และทันตแพทยสภา เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมไทยสู่การพึ่งพาตนเอง ทำให้ประเทศสามารถลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ร้อยละ 20-30 และทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น  จากการนำผลิตภัณฑ์ไปขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทยของกระทรวงการคลัง รวมทั้งเอสซีจียังได้พัฒนาสินค้าและบริการให้                    ตอบโจทย์ลูกค้าในยุคดิจิทัลอย่าง Smart Toilet หรือสุขภัณฑ์อัจฉริยะ ของ COTTO ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในตลาดด้วย”</p>
<p>ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2561 ในอัตรา 8.50 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 10,200 ล้านบาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 22 สิงหาคม 2561 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record date) วันที่ 9 สิงหาคม 2561</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/5-คุณเชาวลิต-เอกบุตร.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-6408 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/07/5-คุณเชาวลิต-เอกบุตร-1024x680.jpg" alt="" width="1024" height="680" /></a></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/6401/">เอสซีจี แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 2 และครึ่งปีแรกของปี 2561  เผยมุ่งธุรกิจหลักในอาเซียน ควบคู่ธุรกิจค้าปลีก-กระจายสินค้า หนุนเทคโนโลยีดิจิทัล-นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
