<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ชูโครงการต้นแบบ - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/tag/%e0%b8%8a%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Sun, 14 Mar 2021 05:31:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>ชูโครงการต้นแบบ - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ชูโครงการต้นแบบ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ประเทศญี่ปุ่น หนุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/7054/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Sep 2018 03:49:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[“SD Symposium 2018”]]></category>
		<category><![CDATA[ชูโครงการต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[คุณทาดาชิ อูชิดะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.memagazine.co.th/?p=7054</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชูโครงการต้นแบบ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ประเทศญี่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/7054/">ชูโครงการต้นแบบ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ประเทศญี่ปุ่น หนุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/1-การเสวนาหัวข้อเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน-ในงาน-SD-Symposium-2018.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-7056 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/1-การเสวนาหัวข้อเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน-ในงาน-SD-Symposium-2018-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></p>
<p><span style="font-size: 14pt;"><strong>ชูโครงการต้นแบบ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ประเทศญี่ปุ่น หนุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน เพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ในงาน “SD Symposium 2018”</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>เศรษฐกิจหมุนเวียนหรือ </strong><strong>Circular Economy ซึ่งเป็นแนวคิดการใช้ทรัพยากรเท่าที่จำเป็นให้มีประสิทธิภาพสูงสุดตั้งแต่การผลิต การบริโภค จนถึงการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบนั้น ไม่ใช่เพียงเรื่องที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่สามารถมีบทบาทขับเคลื่อนเท่านั้น แต่ในระดับชุมชนก็สามารถใช้ทรัพยากรในการสร้างรายได้อย่างรู้คุณค่า โดยนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดเป็นสินค้าหรือบริการที่สอดแทรกนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ และยึดการพึ่งพาตนเองเป็นสำคัญ </strong></p>
<p style="text-align: justify;">เช่นเดียวกับ “โครงการหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ OVOP (One Village One Product) ประเทศญี่ปุ่น ที่ประสบความสำเร็จและโด่งดังไปทั่วโลกจากผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและการท่องเที่ยว รวมทั้งอีกหลายชุมชนในประเทศไทย เช่น ไม้หมอนฟาร์ม จ.เชียงราย สวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง และโครงการ Paper Band ถักทอสายใยสานใจชุมชน จ.กาญจนบุรี ที่ได้มาถ่ายทอดประสบการณ์ในงาน <strong>“SD Symposium </strong><strong>2018</strong><strong>”</strong> ซึ่งเอสซีจีจัดขึ้น ภายใต้แนวคิด <strong>“Circular Economy: The future we create” </strong>เมื่อเร็วๆ นี้</p>
<p><strong> <a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/2_1-คุณอูชิดะ-เยี่ยมชมการทำผลิตภัณฑ์และพูดคุยกับชุมชนในภาคเหนือของไทย.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-7057 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/2_1-คุณอูชิดะ-เยี่ยมชมการทำผลิตภัณฑ์และพูดคุยกับชุมชนในภาคเหนือของไทย-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></strong></p>
<p><strong>พลิกฟื้นชนบทด้วยภูมิปัญญา ยึดหลักพอเพียงนำพารายได้ให้ชุมชน</strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>คุณทาดาชิ อูชิดะ ประธานโครงการ </strong><strong>OVOP </strong><strong>(Mr. </strong><strong>Tadashi Uchida, President of International OVOP Exchange Committee)</strong> เล่าถึงภูมิหลังของ OVOP ซึ่งเริ่มต้นในเมืองโออิตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น                 ว่าที่นั่นเป็นเมืองเล็กๆ ในชนบทที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม ทำให้ภาคเกษตรกรรมซึ่งเป็นพื้นฐานของชุมชนถูกลืม คนหนุ่มสาวย้ายเข้าสู่เมืองใหญ่ ทิ้งผู้สูงอายุไว้เช่นเดียวกับภูมิปัญญาต่างๆ ที่ไม่ได้รับการสานต่อ ชนบทจึงขาดพละกำลัง เกิดความยากจน กระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนในปี 2512 ด้วยการสร้างรายได้ให้ชุมชน</p>
<p style="text-align: justify;">“การทำให้ชุมชนมีรายได้จะต้องสร้างสถานที่ขึ้นมาให้ชุมชนหารายได้ได้เอง จึงเกิดการรณรงค์ตั้งแต่ปี 2512 เพื่อทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยมี OVOP เป็นศูนย์กลางที่กระตุ้นให้คนในชุมชนของโออิตะสร้างงานจนมีรายได้เข้ามา แต่ไม่จำเป็นต้องเร่งให้มีรายได้สูงมาก เพราะนั่นไม่ใช่เป้าหมายของเรา”</p>
<p style="text-align: justify;">คุณอูชิดะ ขยายความถึงเป้าหมายของ OVOP ว่าต้องการยึดหลัก “เศรษฐกิจพอเพียง” มากกว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับประเทศไทยซึ่งนับว่าโชคดีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือรัชกาลที่ 9 ได้ทรงให้แนวทางไว้ ซึ่งการจะทำให้ชุมชนมีรายได้ที่ยั่งยืนได้ ต้องอาศัยความพอใจและความพอเพียง OVOP จึงเน้นให้ชุมชนทำสิ่งที่มีความสุข โดยใช้สิ่งที่มีในท้องถิ่นซึ่งใช้งบประมาณไม่มากในการทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ บนหลักการพึ่งพาตัวเองที่ใครก็ทำได้ ไม่ว่าที่ไหนหรือเมื่อไหร่</p>
<p style="text-align: justify;">“เรามีเทคโนโลยีที่เป็นภูมิปัญญาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้เหมือนกับทั่วโลก ได้แก่ 1.การหมัก เช่น เหล้าสาเก 2.การตากแห้ง เช่น เห็ดอบแห้ง 3.การดอง เช่น ผักดองน้ำส้มสายชู 4.การรมควัน เช่น ไส้กรอก แฮม                  5.การนึ่ง 6.การทอด 7.การคั้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกรรมวิธีที่แทบจะไม่ต้องใช้เงินก็สามารถทำได้ หรืออาจจะเป็นกิจกรรมที่ต่อยอดจากภาคเกษตรกรรม เช่น Green Tourism หรือ Agritourism ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั่นเอง”</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/4-Mind-mapping-สรุปองค์ความรู้จากการเสวนา_resize.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-7058 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/4-Mind-mapping-สรุปองค์ความรู้จากการเสวนา_resize-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong> ชุมชนเริ่มด้วยความสุข องค์กรท้องถิ่นหนุนด้วยโอกาส ต่อยอดสินค้าสู่การท่องเที่ยว</strong></p>
<p style="text-align: justify;">คุณอูชิดะ ยกตัวอย่างจุดเริ่มต้นของ OVOP ที่เกิดจากคนในหมู่บ้านริเริ่มทำสินค้าเอง เช่น เกษตรกรแม่บ้าน Megumi-Kai ที่รวมกลุ่มกันเพื่อปลูกมะเขือเทศสดและนำมาทำซอสมะเขือเทศ ซึ่งหากพวกเขาคิดว่าจะต้องสู้กับตลาดใหญ่ๆ คงจะไม่สามารถทำจนประสบความสำเร็จได้ แต่ทุกคนกลับลองทำจริงจนซอสมะเขือเทศที่ทำด้วยมือและไม่มีส่วนผสมอื่นๆ สามารถขายได้ถึง 50,000 ขวดต่อปี สร้างมูลค่าเป็นเงินได้ถึง 20 ล้านเยน โดยที่ทุกคนต่างมีความสุขกับการทำงานร่วมกับเพื่อนในชุมชน และยังคงทำมาจนถึงทุกวันนี้</p>
<p style="text-align: justify;">“สิ่งที่ OVOP ทำไม่ใช่นโยบายจากภาครัฐแต่เป็นการเคลื่อนไหวของชุมชน โดยมีผู้ว่าเมืองโออิตะช่วยต่อยอด โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีเงื่อนไข 3 อย่าง คือ 1.คุณภาพต้องคงที่ 2.สามารถผลิตได้สม่ำเสมอ เพราะ OVOP มีคุณลักษณะอยู่ระหว่างอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐาน (Primary Industry) และอุตสาหกรรมขั้นทุติยะ (Secondary Industry) ที่นำผลผลิตจากอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานมาแปรรูป 3.ผ่านการรับรองมาตรฐาน และทดลองขายในตลาดก่อนอย่างน้อย           2-3 ปี โดยชุมชนต้องอดทนรอ และศึกษาการทำบัญชีและเงินสดหมุนเวียนด้วย กระทั่งเมื่อมีการถามหาสินค้าเกิดขึ้น ตลาดก็จะตามมาแบบปากต่อปาก ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ควรสนับสนุนโอกาส เช่น การจัดงานออกร้านประจำปี การจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเพื่อการผลิต หรือการมีร้านค้าปลีกซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณมาก”</p>
<p style="text-align: justify;">จากนั้นสิ่งที่จะตามมา คือ การท่องเที่ยว ซึ่งปัจจุบัน OVOP มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ การเยี่ยมชมประวัติศาสตร์ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม โดยชุมชนโออิตะพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะท่องเที่ยวในสองรูปแบบแรกมากกว่า จึงควรเน้นการสร้างความรู้และแรงบันดาลใจให้ผู้คนอยากมาท่องเที่ยว เช่นเดียวกับประเทศไทย เพื่อให้คนอื่นๆ ได้มาสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น และทำให้รายได้เกิดการกระจายไปถึงชุมชน</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/5_2-การปลูกพืชผักต่างๆ-ในไม้หมอนฟาร์ม_resize.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-7059 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/5_2-การปลูกพืชผักต่างๆ-ในไม้หมอนฟาร์ม_resize-1024x682.jpg" alt="" width="1024" height="682" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">คุณอูชิดะกล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากมีโอกาสได้เยี่ยมชมการทำผลิตภัณฑ์และพูดคุยกับชุมชนในภาคเหนือ แล้ว เห็นว่าการพัฒนาสินค้าชุมชนของไทยมีทิศทางที่ดีเพราะมีหลายภาคส่วนสนับสนุน และยังหวังว่าประเทศไทยจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน เพื่อจุดประกายให้อาเซียนเป็นศูนย์กลางในการนำพลังชุมชนมาร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบต่อไป</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>เน้นใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างรู้คุณค่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน</strong></p>
<p style="text-align: justify;">นอกจากนี้ ในงาน <strong>“SD Symposium 2018”</strong> ยังมีชุมชนตัวอย่างในประเทศไทยที่ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนไปใช้ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/6-คุณบุญชื่น-โพธิ์แก้ว-จากสวนยายดา-เจ๊บุญชื่น-ระยอง_resize.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-7060 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/09/6-คุณบุญชื่น-โพธิ์แก้ว-จากสวนยายดา-เจ๊บุญชื่น-ระยอง_resize-1024x681.jpg" alt="" width="1024" height="681" /></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ไม้หมอนฟาร์ม จ.เชียงราย โดยคุณอารีพร </strong><strong>สุยะ </strong><strong>และคุณสุนันท์ สุยะ </strong>ที่ได้บอกเล่าว่า จากการที่เชียงรายเป็นเมืองสมุนไพร ชุมชนจึงคิดทำเรื่องสมุนไพรร่วมกันอย่างพอเพียง โดยนำทุกอย่างมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด และจากการที่ไม้หมอนฟาร์มมีเครื่องกลั่นสมุนไพรหอมระเหย จึงสนับสนุนให้ชุมชนนำสมุนไพรมาทำน้ำมันหอมระเหย เมื่อมีเศษสมุนไพรเหลือจากการต้มก็นำมาผสมกันจนเป็นก้อนหอมปรับอากาศสำหรับรถและห้องนอน นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างทดลองทำดินเพาะกล้าไม้ จากต้นกระถินริมรั้วซึ่งเดิมต้องตัดทิ้ง แทนการนำเข้าจากต่างประเทศ</p>
<p style="text-align: justify;">ด้าน <strong>คุณบุญชื่น โพธิ์แก้ว จากสวนยายดา เจ๊บุญชื่น จ.ระยอง </strong>ร่วมแบ่งปันว่า สวนผลไม้ปลอดสารพิษแห่งนี้เปิดเป็นบุฟเฟ่ต์ผลไม้ ซึ่งเดิมได้นำเปลือกผลไม้ที่ทิ้งไว้เป็นตันๆ ไปทำปุ๋ยหมัก แต่เมื่อเห็นโครงการเลี้ยงไส้เดือนดินจึงคิดว่าน่าจะเพิ่มมูลค่าได้ ด้วยการนำเปลือกทุเรียนซึ่งย่อยสลายง่ายที่เหลือจากการทำปุ๋ยหมักมาเลี้ยงไส้เดือนดิน ทำให้ได้ทั้งปุ๋ยใส่สวนและเพิ่มรายได้จากการขาย จนเป็นต้นแบบการเกษตรอินทรีย์</p>
<p style="text-align: justify;">ส่วน <strong>คุณสุพัตรา เงินสมบัติ จากโครงการ </strong><strong>Paper Band ถักทอสายใยสานใจชุมชน จ.กาญจนบุรี</strong> เล่าว่า ชุมชนท่าตะคร้อรู้จัก Paper Band หรือเส้นเทปกระดาษ จากการไปดูงานที่โรงงานวังศาลาของเอสซีจี จึงคิดว่าน่าจะนำไปทำประโยชน์ได้ นอกจากนำไปรีไซเคิลเป็นเยื่อใหม่ จึงนำมาสานเป็นตะกร้าที่มีความสวยงาม นอกจากนี้ ยังพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชุมชน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><em>เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนซึ่งเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมได้จากความร่วมมือและการเห็นความสำคัญของคนในชุมชน ที่กล้าคิด กล้าทำ จึงสามารถเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์และยั่งยืน </em></strong></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/7054/">ชูโครงการต้นแบบ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ประเทศญี่ปุ่น หนุนชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
