<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กลยุทธ์ Daily War Room SCG วิกฤตตะวันออกกลาง - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/tag/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C-daily-war-room-scg-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%95%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 04:07:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>กลยุทธ์ Daily War Room SCG วิกฤตตะวันออกกลาง - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36613/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 01:53:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[MOU GC SCGC ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Adjusted Cash EBITDA Q1 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ Daily War Room SCG วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การร่วมทุน GC และ SCGC ธุรกิจโอเลฟินส์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม แถลงผลประกอบการ SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ LSPE เวียดนาม ความคืบหน้า 2569]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36613</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ “ระยะสั้น” บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที พร้อมเดินหน้าวินัยการเงินเข้มข้น “ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน – ผลักดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจ</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36614 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>ผลประกอบการ</strong><strong> SCG </strong><strong>ไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569</strong><strong> มี Adjusted Cash EBITDA </strong><strong>14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong><strong> คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ </strong><strong>ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ </strong><strong>“ระยะสั้น” </strong><strong>บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย </strong><strong>Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที</strong> <strong>พร้อมเดินหน้า</strong><strong>วินัยการเงินเข้มข้น </strong><strong>“ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน </strong><strong>– </strong><strong>ผลักดันสินค้ากรีน </strong><strong>&#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – </strong><strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36615 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg" alt="" width="1180" height="787" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg 1800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1180px) 100vw, 1180px" /></p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า </strong>“ไตรมาส 1 ปี 2569 เอสซีจีมี<strong> Adjusted Cash EBITDA</strong> <strong>(กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด</strong><strong>)</strong> 14,929 ล้านบาท แข็งแกร่งขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน <strong>กำไรสำหรับงวด</strong> 6,223 ล้านบาท และ<strong>รายได้จากการขายรวม</strong> 123,327 ล้านบาท แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน กระทบเศรษฐกิจโลก ไทย และหลายภาคธุรกิจ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อต่อ แต่การที่เอสซีจีตัดสินใจดำเนิน “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>อย่างทันท่วงทีตั้งแต่ระยะต้น ทำให้สามารถ ‘ตั้งรับแรงกระแทกจากความผันผวนได้ก่อน’ และ ‘คุมสถานการณ์ได้จริง’ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทั้ง <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> <strong>บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘</strong><strong>Daily War Room’</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการติดตามและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ <strong>การบริหารต้นทุนพลังงาน </strong>ควบคู่<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด</strong> รวมทั้ง<strong>เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น </strong>เพื่อสถานะการเงินบริษัทที่เข้มแข็ง ส่วน <strong>“แผนระยะ </strong><strong>2 ปี (2569-2570)”</strong> เอสซีจีมุ่งสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการ<strong>บริหารความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน</strong> ผ่านการรวมศูนย์การผลิตและนำ Robotics &#038; Automation มาใช้ยกระดับคุณภาพสินค้า พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม ซึ่งคืบหน้า 54% ตามแผน ตลอดจน<strong>ผลักดันสินค้ากรีน (</strong><strong>Green Products) – สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า(Smart Value Products : SVP) – สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products : HVA) </strong>และ<strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC</strong> รวมทั้ง<strong>ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong> เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมแข็งแกร่งระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36616 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg" alt="" width="760" height="950" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg 1600w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-819x1024.jpg 819w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-768x960.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-1229x1536.jpg 1229w" sizes="(max-width: 760px) 100vw, 760px" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียด “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>ดังกล่าว ประกอบด้วย <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> เน้นปรับตัว ‘เข้มข้น’ ทันท่วงที โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘Daily War Room’</strong> รวมศูนย์ผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกด้าน นำข้อมูลรายวันมาหาโซลูชันที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น<strong>การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ</strong> ด้วยการ ‘เร่งหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น’ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับ<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชน </strong>ให้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าไม่สามารถซื้อจากผู้ผลิตรายอื่นได้ เช่น สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</p>
<p><strong>2.) บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน โดย ‘เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานทางเลือก’ และ ‘เพิ่มการใช้รถ EV ขนส่งสินค้า’ ประกอบกับ ‘การมีโรงงานผลิตสินค้ากระจายทั่วประเทศ’ ช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ดี</p>
<p><strong>3.) เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงิน ‘เข้มข้น’</strong> ซึ่งผลจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไรช่วงที่ผ่านมา                              ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่<strong>เงินทุนหมุนเวียน</strong>เพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง แต่ยังควบคุม<strong>เงินลงทุน (</strong><strong>CAPEX)</strong> ได้ที่ 5,482 ล้านบาท ทำให้<strong>หนี้สินสุทธิ</strong>ลดลง 2,813 ล้านบาท <strong>อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ </strong><strong>EBITDA</strong> อยู่ที่ 5.0 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า สถานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมี<strong>เงินสดคงเหลือ</strong> ณ สิ้นไตรมาส 67,137 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับ <strong>“แผนระยะ 2 ปี”</strong> (2569-2570) เน้น ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรม ‘แข็งแกร่ง’ ในระยะยาว โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความได้เปรียบจาก ‘การมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน’</strong> (Regional Optimization) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโต ด้วยการ ‘รวมศูนย์การผลิต’ และ ‘ใช้ Robotics &#038; Automation’ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า รวมทั้งการ ‘บริหารต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ’ คาดว่าช่วยลดต้นทุนทั่วอาเซียนได้ปีละกว่า 3,300 ล้านบาท ส่วน ‘โครงการ LSPE’ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนาม เมื่อเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน คาดว่าช่วยลดต้นทุนได้ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>2.) ผลัก</strong><strong>ดัน</strong><strong> ‘สินค้ากรีน </strong><strong>– </strong><strong>สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า </strong><strong>– </strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</strong><strong>’</strong> เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมเพิ่มอัตราส่วนของกำไรต่อรายได้ให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>3.) เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</strong> โดยได้ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก ทั้งนี้ ผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน</p>
<p><strong>4.) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ‘SCG </strong><strong>Cleanergy’</strong> ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานทางเลือกของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนและความผันผวนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ผลประกอบการและการดำเนินงานสำคัญในไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569 รายธุรกิจ</strong> มีดังนี้</p>
<p><strong>1.) <u>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</u></strong> ได้แรงหนุนจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนและโครงการภาครัฐ</p>
<ul>
<li><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> กำไร 2,136 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งขยาย “ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ”</strong> เข้าถึงตลาดในประเทศกว่า 80% พร้อมส่งออกต่างประเทศต่อเนื่อง</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า</strong><strong> HVA</strong> ยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มความทนทาน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าระยะยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น กลุ่มสินค้า CPAC Super, Extras และ Advance Series “คอนกรีตซูเปอร์ชายเล ซีแพค” และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า มารีน ซีแพค” สำหรับภาคใต้ ตะวันออก และตะวันตก ป้องกันโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า ทนดินเค็ม ซีแพค” สำหรับภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ดินเค็ม</li>
<li><strong>ใช้พลังงานทางเลือก </strong>ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล เชื้อเพลิงจากขยะ และพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้กว่า 444 ล้านบาท</li>
<li><strong>ใช้รถไฟฟ้า </strong><strong>EV Mining Truck </strong>ในเหมืองปูนซีเมนต์เป็นรายแรกของไทย และทดลองขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> กำไร 804 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งผลักดันสินค้า </strong><strong>SVP</strong> ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อผู้บริโภค สร้างรายได้กว่า 993 ล้านบาท จากกลุ่มสินค้าหลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ ฉนวนกันความร้อน และกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า </strong><strong>HVA</strong> ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น “กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี รุ่นคอมฟอร์ท” ซึ่งลดการสะสมความร้อนบนแผ่นกระเบื้อง “ระบบหลังคากันความร้อน เอสซีจี” โซลูชันลดความร้อนเข้าสู่บ้าน และ “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเซลิกา ศรา” ที่ราคาคุ้มค่าและได้กระแสตอบรับดี</li>
<li><strong>เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง</strong> ด้วย Lean Automation, AI และใช้วัตถุดิบทดแทนที่มีคุณภาพในการผลิต แต่ยังคงคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐาน</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี เดคคอร์ </strong>กำไร 247 ล้านบาท เน้นเดินหน้า<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>Regional optimization</strong> เพิ่มศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ผ่าน ‘โครงการเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ในเวียดนาม’ เตรียมพร้อมเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในภูมิภาค อีกทั้ง ‘โครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน และเพิ่มสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนใหม่ในไทย’ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำกำไร และแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p><strong>2.) <u>ธุรกิจเคมิคอลส์</u></strong> สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้วัตถุดิบขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้น ผู้ผลิตในเอเชียและตะวันออกกลางลดกำลังการผลิตและอัตราการเดินเครื่องจักรราว 46 ล้านตัน หรือประมาณ 20% ของกำลังการผลิตเอทิลีน ทำให้อุปทานในตลาดลดลง ด้วยปัจจัยด้านต้นทุนและอุปทานดังกล่าว ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีซี</u></strong> กำไร 1,078 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น โดยเอสซีจีซีเร่งเดินหน้าปรับกลยุทธ์ต่อเนื่องเพื่อ<strong>รับมือความผันผวนของการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง</strong> โดยให้ความสำคัญกับ<strong>การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ</strong> <strong>ที่ไม่อยู่ในตะวันออกกลาง</strong> <strong>การบริหารจัดการวัตถุดิบและแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</strong> พร้อม<strong>มุ่งส่งมอบสินค้าโดยให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศเป็นลำดับแรก </strong>เพื่อลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานให้น้อยที่สุด ควบคู่การ<strong>ผลักดันสินค้า </strong><strong>HVA</strong> สู่ตลาดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน LSP ในเวียดนาม ชั่วคราวเพิ่มเติม หลังจากหยุดการเดินโรงงาน ROC ในไทย ชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ จากการจัดหาวัตถุดิบที่มีข้อจำกัด เอสซีจีซีจะใช้เวลาดังกล่าวดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ซึ่งล่าสุดคืบหน้า 54% ให้โรงงานและเครื่องจักรพร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน เพื่อสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวให้ธุรกิจต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการหยุดเดินโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC)                            การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่น ๆ ยังดำเนินการตามปกติ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</li>
</ul>
<p><strong>3.) <u>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</u></strong> กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาเซียนและการส่งออกยังคงดีต่อเนื่อง</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีพี</u></strong> กำไร 1,566 ล้านบาท จากธุรกิจในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน และจากแรงหนุนของการอุปโภคบริโภคในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเอสซีจีพีมุ่ง<strong>เพิ่มสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียน</strong>ซึ่งเป็นตลาดหลักและดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และ<strong>เดินหน้าบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ</strong> ควบคู่กับ<strong>การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงาน</strong>อย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p><strong>4.) <u>ธุรกิจพลังงานสะอาด</u></strong></p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</u></strong> มีกำลังการผลิตสะสมของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 141 เมกะวัตต์ จากการ<strong>บริหารจัดการเชิงรุก โดยปรับกระบวนการพัฒนาโครงการให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น</strong> ส่งผลให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขนาดใหญ่ได้ตามแผน อาทิ โครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ (CMT1) รวมถึงโครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชนอย่างบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด นอกจากนี้ ยัง<strong>พัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง</strong> เพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้</li>
</ul>
<p><strong><em>“แม้ความผันผวนทั้งในตะวันออกกลางและภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง เอสซีจีจะยังเดินหน้ารักษาวินัยการเงินอย่าง ‘เข้มข้น’ และ เร่ง ‘เสริมแกร่ง’ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของทุกธุรกิจให้ ‘เข้มแข็ง’ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวเชิงรุกทุกด้านให้พร้อมสู้ทุกความท้าทาย </em></strong><strong><em>มั่นใจว่าสถานะทางการเงินบริษัทฯ ยัง </em></strong><strong><em>‘แข็งแกร่ง’ มีเงินสดในมือเพียงพอ </em></strong><strong><em>และสามารถเติบโตในระยะยาวได้ต่อไป” </em></strong><strong><em>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </em></strong><strong><em>กล่าวปิดท้าย </em></strong></p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
<div class="vc_grid-container-wrapper vc_clearfix">
	<div class="vc_grid-container vc_clearfix wpb_content_element vc_media_grid" data-initial-loading-animation="fadeIn" data-vc-grid-settings="{&quot;page_id&quot;:36613,&quot;style&quot;:&quot;all&quot;,&quot;action&quot;:&quot;vc_get_vc_grid_data&quot;,&quot;shortcode_id&quot;:&quot;1778039066325-0f94dd98-d9cb-3&quot;,&quot;tag&quot;:&quot;vc_media_grid&quot;}" data-vc-request="https://www.memagazine.co.th/wp-admin/admin-ajax.php" data-vc-post-id="36613" data-vc-public-nonce="12ac0bc5fe">
		
	</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
