<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เคล็ดลับการลงทุน - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/en/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th/en</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว นักธุรกิจแถวหน้า เศรษฐกิจ การตลาดและสังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Oct 2019 12:45:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>เคล็ดลับการลงทุน - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th/en</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนจบ)</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/en/4835/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Mar 2018 08:38:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ME INVESTMENT]]></category>
		<category><![CDATA[investment]]></category>
		<category><![CDATA[ME investment]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.memagazine.co.th/?p=4835</guid>

					<description><![CDATA[<p>              บทความตอนที่แล้วผมได้พูดถึงประสบการณ์การลงทุนอันเลวร้าย ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจ  รวมถึงการลงทุนในหุ้นและอสังหา แล้วทิ้งท้ายด้วยเรื่องจุดประสงค์ของการลงทุนในอสังหาที่มี 2 ประเภทคือ เก็งกำไร โดยหวังที่จะขายใบจองได้ก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ หรือที่หลายๆคนมักเรียกว่า &#8220;จับเสือมือเปล่า&#8221; นักเก็งกำไรเหล่านี้ มักคิดว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนต่ำ เพราะโดยปกติช่วงเวลาการผ่อนชำระค่างวดที่เริ่มต้นตั้งแต่ เงินจอง ทำสัญญา แล้วก็ผ่อนชำระค่างวด รวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นคอนโดราคา 2.8 ล้านบาท เงินจอง 30,000 บาท เงินทำสัญญา 50,000 บาท  เงินผ่อนชำระค่างวดอีก 24 งวดๆละ 10,000 บาท รวมเป็นเงินในขั้นตอนดังกล่าว 320,000 บาท หรือคิดเป็น 11.43 เปอร์เซ็นต์ของราคาคอนโดยูนิตที่ซื้อ สมมุติว่าผ่อนไปได้ 15 เดือน สามารถขายยูนิตนี้ไปได้ ที่ราคา 3 ล้านบาทถ้วน เราลองมาคำนวณดูว่า นักเก็งกำไรท่านนี้จะได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนเท่าไหร่ ส่วนต่างของราคาที่ขายกับราคาที่ซื้อมา 3,000,000-2,800,000 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/en/4835/">เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนจบ)</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th/en">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>  <span style="font-size: 14pt;">        <a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/03/skyscraper-450793_1920.jpg"><img loading="lazy" class="aligncenter wp-image-4837 size-large" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/03/skyscraper-450793_1920-1024x680.jpg" alt="" width="1024" height="680" /></a></span></strong></p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="font-size: 14pt;">   บทความตอนที่แล้วผมได้พูดถึงประสบการณ์การลงทุนอันเลวร้าย ในช่วงที่เกิดภาวะเศรษฐกิจ  รวมถึงการลงทุนในหุ้นและอสังหา แล้วทิ้งท้ายด้วยเรื่องจุดประสงค์ของการลงทุนในอสังหาที่มี 2 ประเภทคือ</span></strong></p>
<ol>
<li style="text-align: justify;">เ<strong>ก็งกำไร</strong> โดยหวังที่จะขายใบจองได้ก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ หรือที่หลายๆคนมักเรียกว่า &#8220;จับเสือมือเปล่า&#8221; นักเก็งกำไรเหล่านี้ มักคิดว่าเป็นการลงทุนที่ใช้เงินลงทุนต่ำ เพราะโดยปกติช่วงเวลาการผ่อนชำระค่างวดที่เริ่มต้นตั้งแต่ เงินจอง ทำสัญญา แล้วก็ผ่อนชำระค่างวด รวมเป็นจำนวนเงินทั้งหมด ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่นคอนโดราคา 2.8 ล้านบาท เงินจอง <strong>30,000</strong> บาท เงินทำสัญญา <strong>50,000</strong> บาท  เงินผ่อนชำระค่างวดอีก 24 งวดๆละ 10,000 บาท รวมเป็นเงินในขั้นตอนดังกล่าว <strong>320,000</strong> บาท หรือคิดเป็น <strong>11.43</strong> เปอร์เซ็นต์ของราคาคอนโดยูนิตที่ซื้อ สมมุติว่าผ่อนไปได้ <strong>15</strong> เดือน สามารถขายยูนิตนี้ไปได้ ที่ราคา 3 ล้านบาทถ้วน เราลองมาคำนวณดูว่า นักเก็งกำไรท่านนี้จะได้ผลตอบแทนจากเงินลงทุนเท่าไหร่ ส่วนต่างของราคาที่ขายกับราคาที่ซื้อมา <strong>3,000,000-2,800,000 = 200,000 บาท</strong> จากจำนวนเงินที่ได้ชำระไปทั้งสิ้น <strong>30,000+50,000+(10,000&#215;15) = 230,000 บาท </strong> ดังนั้นผลตอบแทนจากการเก็งกำไรครั้งนี้ (<strong>200,000/230,000)x100 = 86.96</strong>%   ดูแล้วเป็นตัวเลขที่ถูกใจผู้มีเงินออม ในยามที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร 1 ปีที่เข้ากับ 2% ต่อปีแน่นอน จึงทำให้ปัจจุบันนี้ มีนักเก็งกำไรที่มุ่งแสวงหากำไรจากใบจองคอนโดมากมาย แต่มีความจริงบางอย่างที่หลายๆคนอาจจะไม่ทราบ มีนักเก็งกำไรส่วนหนึ่ง ที่จำเป็นจะต้องมาขายใบจอง ในราคาเท่าทุน หรือขาดทุนเสียด้วยซ้ำ เพราะว่าระหว่างที่ถือรอที่จะขาย ในช่วงที่โครงการยังสร้างไม่เสร็จ จนสร้างเสร็จ แต่ยังขายไม่ได้ ซ้ำร้ายยังต้องหาเงินมาจ่ายอีกก้อนใหญ่ประมาณ<strong> 80</strong> ถึง <strong>90</strong> เปอร์เซ็นต์ของราคายูนิตที่ซื้อ  เพื่อไว้จ่ายตอนโอน เงินออมส่วนตัวก็มีไม่พอ แถมไปกู้แบงค์ ก็ยังกู้ไม่ผ่านเสียอีก มีโอกาสที่จะถูกทาง Developer ยึดเงินที่ผ่อนชำระมาทั้งหมด หลายครั้งที่ผมแนะนำให้เพื่อนๆว่า ช่วงเวลาที่จะซื้อคอนโดในราคา<strong> Presale</strong> อีกช่วงหนึ่งก็คือตอนที่คอนโดสร้างเสร็จซึ่งมักจะมีนักเก็งกำไรส่วนหนึ่งที่ต้องยอมทิ้งไพ่ขายใบจองในราคาเท่าทุนหรืออาจจะขาดทุนด้วยซ้ำจากเหตุผลข้างต้นที่ผมกล่าวมา</li>
</ol>
<p><strong><img loading="lazy" class="size-large wp-image-4841 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/03/samson-duborg-rankin-91091-unsplash_resize-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></strong></p>
<ol start="2">
<li style="text-align: justify;"><strong>ลงทุน</strong> นั่นหมายความว่าคุณพร้อมที่จะโอนยูนิตที่คุณซื้อไว้ เมื่อโครงการสร้างเสร็จ ซึ่งยังอาจแบ่งได้เป็น 2 จุดประสงค์คือ</li>
</ol>
<p style="text-align: justify;">     2.1 <strong>ตั้งใจที่จะขายยูนิตที่คุณซื้อไว้ หลังจากที่ตึกสร้างเสร็จ</strong> โดยปกติช่วงเวลาที่จะขายคอนโดที่ซื้อไว้ให้ได้ราคาดีก็คือช่วง</p>
<p style="text-align: justify;">2.1.1<strong>.โครงการขายหมดแล้ว </strong> ยิ่งโครงการที่ฮอตมากๆ อย่างเช่นปิดการขายภายในเวลาไม่เกิน 2-3  วัน ยิ่งทำให้การบวกราคาจากใบจองได้ผลกำไรสูงมากเมื่อเทียบกับเงินจอง</p>
<p style="text-align: justify;">2.1.2.โ<strong>ครงการสร้างใกล้เสร็จแล้ว หรือใกล้ที่จะโอน</strong> จะมีคนซื้อกลุ่มหนึ่งที่ไม่ชอบซื้อตอนที่โครงการยังเป็นกระดาษ หรือเพิ่งก่อสร้างไปไม่นาน เพราะเกรงว่าโครงการก่อสร้างไม่เสร็จ เพราะเคยเห็นมีบางโครงการที่สร้างไปกลางคันแล้วทิ้งร้างไว้ หรือบางโครงการที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาเลยก็มี</p>
<p style="text-align: justify;">2.1.3.โครงการสร้างเสร็จไปพักใหญ่แล้ว ลูกค้าที่จองซื้อก่อนหน้านี้ ก็โอนไปหมดแล้ว  หมดคู่แข่งที่เป็นนักเก็งกำไร แนะนำว่าให้โอนชื่อเข้าไปอยู่ในสำมะโนครัวของคอนโดยูนิตนี้ เมื่อเกิน 1 ปีเวลาขายไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่หนักคือ 3.3%  ยิ่งถ้าขายภายในปีที่ 2 หลังจากโอน ก็จะทำให้เสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลน้อยกว่าการถือระยะยาว เพราะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า</p>
<p style="text-align: justify;">                2.2 ตั้งใจที่จะถือยูนิตที่ซื้อไว้ เพื่อหวังปล่อยเช่า ซึ่งสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากการเช่าสุทธิ(หลังหักค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายอื่นๆ) ได้ประมาณ 2 ถึง 10% ขึ้นอยู่กับว่าเป็นคอนโดใหม่หรือคอนโดเก่า เป็นคอนโดในเมืองหรือคอนโดชานเมือง  คอนโดใหม่ในใจกลางเมืองเนื่องจากอัตราค่าเช่าวิ่งขึ้นไปช้ากว่าราคาต่อยูนิต  ทำให้ผลตอบแทนจากการเช่าสุทธิจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น   แต่มีโอกาสที่จะได้ Capital gain  ในขณะที่คอนโดเก่าชานเมือง ผลตอบแทนจากการเช่าสุทธิ  อาจวิ่งไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์  แต่โอกาสที่จะได้ Capital gain  น้อยมาก ที่จริงผมเคยเขียนบทความชื่อ ”<strong>ปล่อยเช่าอย่างไรถึงจะรวย?” </strong>ซึ่งเคยลงหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ฉบับวันที่ 28 มีนาคม 2560 เขียนไว้อย่างละเอียดเลยทีเดียว  หรือจะอ่านบทความนี้ได้ที่ <a href="http://kitichai1.blogspot.com/2017/05/blog-post_5.html"><strong>http://kitichai1.blogspot.com/2017/05/blog-post_5.html</strong></a></p>
<p><strong><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/03/sharon-mccutcheon-552616-unsplash_resize.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-4839 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/03/sharon-mccutcheon-552616-unsplash_resize-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></a></strong></p>
<div class="su-quote su-quote-style-default"><div class="su-quote-inner su-u-clearfix su-u-trim"><strong>การลงทุนอะไรก็ตามควรยึดหลัก ไม่ลงทุนเกินตัว มิฉะนั้นการที่จะได้กำไร อาจจะกลายเป็นขาดทุนก็ได้  อย่างเช่นพวกจับเสือมือเปล่าที่ผมกล่าวข้างต้น และก่อนที่จะลงทุนควรจะศึกษาหาข้อมูล แล้วพิจารณาให้ถี่ถ้วน  มิฉะนั้นอาจจะต้องมาเสียใจภายหลัง</strong>.</div></div>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-8399 alignleft" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/08/DSC_5649_resize-1024x682.jpg" alt="กิติชัย เตชะงามเลิศ" width="492" height="328" /></p>
<table style="height: 323px; width: 423px;" width="443">
<tbody>
<tr style="height: 323px;">
<td style="width: 413px; height: 323px;"><strong><span style="font-size: 12pt;"><div class="su-box su-box-style-default" id="" style="border-color:#c40c10;border-radius:0px"><div class="su-box-title" style="background-color:#F73F43;color:#FFFFFF;border-top-left-radius:0px;border-top-right-radius:0px">คอลัมนิสต์</div><div class="su-box-content su-u-clearfix su-u-trim" style="border-bottom-left-radius:0px;border-bottom-right-radius:0px"></div></div>เรื่อง : กิติชัย  เตชะงามเลิศ  ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการลงทุน</span></strong><br />
<strong>หนังสือ</strong> "จาก <strong>1</strong> ล้านเป็น<strong> 500</strong> ล้าน ผมทำอย่างไร" เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ<strong>หนังสือ</strong> "ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน" แนะวิธีออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี!<strong>ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่</strong>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/VI.Kitichai">https://www.facebook.com/VI.Kitichai </a><br />
<span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">Twitter  : </span><a style="font-family: inherit; font-size: inherit;" href="http://twitter.com/value_talk">http://twitter.com/value_talk   </a><br />
<span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">Instagram : Gid_KitichaiBlog<br />
</span><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">website : https://kitichai1.blogspot.com<br />
</span><span style="font-family: inherit; font-size: inherit;">You Tube : </span><a style="font-family: inherit; font-size: inherit;" href="http://www.youtube.com/c/KitichaiTaechangamlert">http://www.youtube.com/c/KitichaiTaechangamlert</a></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/en/4835/">เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนจบ)</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th/en">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนที่ 1)</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/en/4399/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Feb 2018 06:32:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ME INVESTMENT]]></category>
		<category><![CDATA[investment]]></category>
		<category><![CDATA[กิติชัย  เตชะงามเลิศ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับการลงทุน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.memagazine.co.th/?p=4399</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัจจุบันคนไทย สนใจหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมากขึ้น จะเห็นได้จากหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมีมากมาย บนชั้นหนังสือตามร้านหนังสือทั่วไป  ยิ่งสมัยนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน อยู่ในระดับที่ต่ำมาก  ทำให้คนที่พอจะมีเงินออมต้องขวนขวายช่องทาง ในการทำให้เงินงอกเงยมากขึ้น เพราะจะมาหวังดอกเบี้ยจากเงินฝากสถาบันการเงิน ก็คงไม่เพียงพอ อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถตอบโจทย์มีได้อย่างดีทีเดียว เพราะว่าโดยปกติ ราคาอสังหาริมทรัพย์  จากทวีมูลค่าขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป โอกาสที่ราคาอสังหาริมทรัพย์จะตกลงก็ต่อเมื่อ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆ อย่างเช่นวิกฤตต้มยํากุ้ง เมื่อปี 2540 ที่เริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทย ทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ลาว เวียดนาม เกาหลีใต้ ฯลฯ   นี้ก็เป็นการครบรอบ20 ปีของวิกฤตดังกล่าว  ผมเชื่อว่าในชีวิตคนเราโอกาสที่จะเห็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆเช่นนี้ อย่างมากก็ 2-3 ครั้งเท่านั้น แต่ที่พูดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า วิกฤตเศรษฐกิจกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้  ผมยังจำได้ว่าตอนช่วงนั้นคนตกงานกันมากมาย แถมยังมีหนี้สินรกรุงรังเต็มไปหมด  มีคนฆ่าตัวตายหลายคน เนื่องมาจากวิกฤตครั้งนั้น  ผมเองก็เอาตัวแทบไม่รอดเหมือนกันเพราะในช่วงนั้นผมก็มีหนี้กับสถาบันการเงินค่อนข้างมาก แต่โชคดีที่ยอมตัดขาดทุนหุ้นที่ลงทุน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินจนหมดหนี้ และยังเหลือเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับไว้ใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ในขณะนั้น ด้วยคำนวณว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผมจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าใด  เพราะในช่วงเวลานั้น เหมือนกับอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด ซึ่งไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางเลย นับว่าผมเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่สามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงนั้น ทำให้ผมลดความ AGGRESSIVE  ในการลงทุนลงมาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/en/4399/">เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนที่ 1)</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th/en">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/rawpixel-com-369782-unsplash_resize.jpg"><br />
<img loading="lazy" class="size-large wp-image-4404 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/rawpixel-com-369782-unsplash_resize-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></a></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size: 14pt;">ปัจจุบันคนไทย สนใจหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมากขึ้น จะเห็นได้จากหนังสือที่เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนมีมากมาย บนชั้นหนังสือตามร้านหนังสือทั่วไป  ยิ่งสมัยนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของสถาบันการเงิน อยู่ในระดับที่ต่ำมาก  ทำให้คนที่พอจะมีเงินออมต้องขวนขวายช่องทาง ในการทำให้เงินงอกเงยมากขึ้น เพราะจะมาหวังดอกเบี้ยจากเงินฝากสถาบันการเงิน ก็คงไม่เพียงพอ อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถตอบโจทย์มีได้อย่างดีทีเดียว เพราะว่าโดยปกติ ราคาอสังหาริมทรัพย์  จากทวีมูลค่าขึ้นไปเรื่อยๆเมื่อเวลาผ่านไป โอกาสที่ราคาอสังหาริมทรัพย์จะตกลงก็ต่อเมื่อ เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆ อย่างเช่นวิกฤตต้มยํากุ้ง เมื่อปี 2540 ที่เริ่มเกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อคนไทยและเศรษฐกิจไทย ทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ลาว เวียดนาม เกาหลีใต้ ฯลฯ</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 18pt;">  <span class="su-dropcap su-dropcap-style-default" style="font-size:1.5em">ปี</span></span>นี้ก็เป็นการครบรอบ20 ปีของวิกฤตดังกล่าว  ผมเชื่อว่าในชีวิตคนเราโอกาสที่จะเห็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ๆเช่นนี้ อย่างมากก็ 2-3 ครั้งเท่านั้น แต่ที่พูดแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่า วิกฤตเศรษฐกิจกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้  ผมยังจำได้ว่าตอนช่วงนั้นคนตกงานกันมากมาย แถมยังมีหนี้สินรกรุงรังเต็มไปหมด  มีคนฆ่าตัวตายหลายคน เนื่องมาจากวิกฤตครั้งนั้น  ผมเองก็เอาตัวแทบไม่รอดเหมือนกันเพราะในช่วงนั้นผมก็มีหนี้กับสถาบันการเงินค่อนข้างมาก แต่โชคดีที่ยอมตัดขาดทุนหุ้นที่ลงทุน เพื่อนำเงินไปชำระหนี้กับสถาบันการเงินจนหมดหนี้ และยังเหลือเงินไว้ส่วนหนึ่งสำหรับไว้ใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ในขณะนั้น ด้วยคำนวณว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้า ผมจะต้องมีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าใด  เพราะในช่วงเวลานั้น เหมือนกับอยู่ในอุโมงค์ที่มืดมิด ซึ่งไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายทางเลย นับว่าผมเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่สามารถเอาตัวรอดได้ในช่วงนั้น</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/RG4XMMLSNU-1.jpg"><img loading="lazy" class="size-full wp-image-4416 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/RG4XMMLSNU-1.jpg" alt="" width="960" height="640" /></a></p>
<p style="text-align: justify;">ทำให้ผมลดความ <strong>AGGRESSIVE</strong>  ในการลงทุนลงมาก จากการลงทุนที่มีสัดส่วนหนี้ต่อส่วนทุนของผม เกินหนึ่งเท่ามาตลอด จนกลายเป็นไม่มีหนี้ แม้อาจจะทำให้ทรัพย์สินผมลดลงก็ตาม  คงเป็นเพราะความคิดเข็ดขยาด  แล้วไม่อยากให้ตัวเองต้องอยู่ในภาวะเช่นนั้นอีก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มกลับมาการเป็นคนมีหนี้อีก อย่างไรก็ตามหนี้เหล่านี้ เกิดขึ้นมาจากความต้องการที่จะลงทุน  ในทรัพย์สินที่ผมเชื่อว่าจะทวีมูลค่าในอนาคต  เพียงแต่ผมเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยผมเพิ่มพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้มากขึ้น และลดพอร์ตการลงทุนในหุ้นลง เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน แต่ก็คงสภาพคล่องให้กับพอร์ตการลงทุนไว้ด้วยเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่ถึงแม้จะทวีมูลค่าขึ้นไปเรื่อยๆ  แต่มีข้อเสียคือสภาพคล่องต่ำ ไม่ใช่คิดว่าอย่างจากขาย ก็จะขายได้ทันที ในขณะที่หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง อยากจะขายเมื่อไหร่ ก็มีคนรอซื้ออยู่ แต่มีข้อเสียคือมีความผันผวนของราคาสูงมาก ซึ่งอาจจะสร้างความเสียหาย ให้กับพอร์ตการลงทุนได้เป็นอย่างมาก ผมยังจำได้เลยว่า ในช่วงวิกฤตครั้งร้ายแรง ราคาหุ้นของบริษัทต่างๆ ลดลงไปอย่างน่าใจหายตั้งบริษัทราคาลงไปถึง <strong>90</strong> กว่าเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว  จากเงินลงทุน 1 ล้านบาทเหลือไม่ถึง <strong>100,000</strong> บาท คุณทำใจได้ไหมครับ และยังมีสถาบันการเงินที่ต้องปิดไปหลายๆบริษัท ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ดูเป็นสถาบันการเงินที่แข็งแกร่ง มีการเจริญเติบโตของยอดรายได้และกำไรสูง ใบหุ้นของสถาบันการเงินที่ปิดไปเหล่านี้ มีนักลงทุนหลายท่านนำมันมาใช้เป็นวอลเปเปอร์ติดที่ข้างฝาบ้าน ไม่รู้ว่าเพื่อประชด หรือว่าเอาไว้เตือนสติตัวเองในการลงทุนครั้งต่อไป</p>
<p><a href="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/Paula_mainImg-e1349709849764.jpg"><img loading="lazy" class="size-large wp-image-4406 aligncenter" src="http://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2018/02/Paula_mainImg-e1349709849764-1024x683.jpg" alt="" width="1024" height="683" /></a></p>
<p style="text-align: justify;"><strong> บทความนี้จะขอเน้นเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ </strong> ถ้าคุณสนใจที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก่อนอื่นคุณต้องตัดสินใจก่อนว่า การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ของคุณครั้งนี้เป็นการลงทุนเพื่ออะไร เพราะว่าในการลงทุนของคุณแต่ละครั้ง อาจจะมีจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน บางครั้งคุณอาจจะต้องการซื้อเพื่อเก็งกำไร แต่บางครั้งอาจจะต้องการซื้อเพื่อลงทุน ดังนั้นวิธีการที่จะซื้ออสังหาจากจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน ย่อมต้องมีวิธีการที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน ที่นี้เรามาดูจุดประสงค์ของการซื้ออสังหาโดยทั่วๆไปจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภทคือ</p>
<ol style="text-align: justify;">
<li><strong>เก็งกำไร</strong> โดยหวังที่จะขายใบจองได้ก่อนที่โครงการจะสร้างเสร็จ หรือที่หลายๆคนมักเรียกว่า <strong>&#8220;จับเสือมือเปล่า&#8221;</strong></li>
<li><strong>ลงทุน</strong> นั่นหมายความว่าคุณพร้อมที่จะโอนยูนิตที่คุณซื้อไว้ เมื่อโครงการสร้างเสร็จ ซึ่งยังอาจแบ่งได้เป็น 2 จุดประสงค์คือ</li>
</ol>
<p style="text-align: justify;">2.1 ตั้งใจที่จะขายยูนิตที่คุณซื้อไว้ หลังจากที่ตึกสร้างเสร็จ</p>
<p style="text-align: justify;">2.2 ตั้งใจที่จะถือยูนิตที่ซื้อไว้ เพื่อหวังปล่อยเช่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p><strong>          ติดตามอ่านบทความหน้า ซึ่งผมจะแนะนำวิธีการซื้ออสังหา ไม่ว่าจุดประสงค์ของการซื้อครั้งนั้น จะเป็นการลงทุนหรือเก็งกำไรก็ตาม</strong></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<table style="height: 455px;" width="851">
<tbody>
<tr>
<td style="width: 841px;"><strong><span style="font-size: 12pt;">เรื่อง : กิติชัย  เตชะงามเลิศ  ผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการลงทุน </span></strong><br />
<strong>หนังสือ</strong> &#8220;จาก1ล้านเป็น500ล้านผมทำอย่างไร&#8221; เล่าประสบการณ์การลงทุนของผมที่นำไปใช้ได้ง่ายๆ<strong>หนังสือ</strong> &#8220;ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน&#8221; แนะวิธีออมเงินเพียงเดือนละหลักพัน ก็เป็นเศรษฐี 100 ล้าน ก่อนอายุ 50 ปี!<strong>ติดตามสาระดีๆทั้งไลฟ์สไตล์และการลงทุนได้ที่</strong>Facebook : <a href="https://www.facebook.com/VI.Kitichai">https://www.facebook.com/VI.Kitichai </a>Twitter     : <a href="http://twitter.com/value_talk">http://twitter.com/value_talk  </a>Instagram : Gid_KitichaiBlog      : <a href="https://kitichai1.blogspot.com/">https://kitichai1.blogspot.com</a></p>
<p>You Tube : <a href="http://www.youtube.com/c/KitichaiTaechangamlert">http://www.youtube.com/c/KitichaiTaechangamlert</a></p>
<p>&nbsp;</td>
</tr>
</tbody>
</table><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/en/4399/">เคล็ดลับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้ประสบความสำเร็จ(ตอนที่ 1)</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th/en">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
