<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MARKET INSIGHT - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/category/market-insight/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Wed, 22 Jul 2026 08:36:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>MARKET INSIGHT - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>EXIM BANK พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน  เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/38470/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 08:08:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK สนับสนุนธุรกิจสีเขียว 2569]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK สินเชื่อความยั่งยืน SMEs]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[ชลัช รัตนบุญนิธิ EXIM BANK ESG]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ EXIM Solar D-Carbon]]></category>
		<category><![CDATA[สินเชื่อ Green X Transformation]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ EXIM Know Your Carbon ลดดอกเบี้ย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=38470</guid>

					<description><![CDATA[<p>ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้พร้อมรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) พร้อมจัดงานเสวนาหัวข้อ “เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีนายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) นางสาววรมน สินสุวรรณ ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ และนายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/38470/">EXIM BANK พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน  เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-38471 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/News-Memag-Online-2026-07-22T144755.289.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/News-Memag-Online-2026-07-22T144755.289.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/News-Memag-Online-2026-07-22T144755.289-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p>ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้พร้อมรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) พร้อมจัดงานเสวนาหัวข้อ <strong>“เมื่อโลกเปลี่ยน ธุรกิจต้องปรับ : ความยั่งยืนกับโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทย”</strong> เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับมาตรการทางการค้าด้านสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี<strong>นายชลัช รัตนบุญนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK กล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย <strong>นพ.วีรฉัตร กิตติรัตนไพบูลย์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) <strong>นางสาววรมน สินสุวรรณ</strong> ผู้อำนวยการกองสหภาพยุโรป กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ และนายอิทธิพล เลิศศักดิ์ธนกุล รองกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-38473 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3.jpg" alt="" width="1167" height="778" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3.jpg 2400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-3-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1167px) 100vw, 1167px" /></p>
<p><strong>นายชลัช</strong> เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศคู่ค้าหลักของไทยทั้งสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรป<strong> (EU)</strong> ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกรวมกันกว่า <strong>40%</strong> ของมูลค่าการส่งออกไทย กำลังบังคับใช้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ที่เข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ EU ที่เดินหน้าภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ <strong>European Green Deal</strong> และออกมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมแล้วกว่า <strong>3,400</strong> มาตรการ อาทิ กฎระเบียบด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ <strong>(PPWR)</strong> ที่จะเริ่มบังคับใช้ในทางปฏิบัติ<strong>วันที่ 12 สิงหาคม 2569</strong> มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน <strong>(CBAM)</strong> ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตไปยังกลุ่มสินค้าอื่นนอกเหนือจาก เหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน กฎหมายว่าด้วยการตัดไม้ทำลายป่า <strong>(EUDR)</strong> ที่ห้ามการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรที่มาจากพื้นที่ตัดไม้ทำลายป่า และข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนของภาคธุรกิจ<strong> (CSRD)</strong> ที่กำหนดให้ธุรกิจต้องเปิดเผยและรายงานข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะที่สหรัฐฯ ได้ผลักดันกฎหมาย <strong>PROVE IT Act</strong> และอยู่ระหว่างการเสนอร่างกฎหมาย <strong>Foreign Pollution Fee Act</strong> ซึ่งจะเก็บค่าธรรมเนียมสินค้านำเข้าที่มี Carbon Intensity สูงกว่าสินค้าในสหรัฐฯ ส่วนจีนได้มีการพัฒนามาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนระดับชาติ <strong>(CSDS)</strong> เพื่อยกระดับการรายงาน<strong> ESG</strong> ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเช่นกัน</p>
<p>“กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นกำลังเปลี่ยนโฉมการค้าโลก ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวตั้งแต่การออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ การเลือกใช้วัตถุดิบ การบริหารจัดการพลังงาน การจัดเก็บและเปิดเผยข้อมูล ESG ตลอดจนการสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สามารถปรับตัวได้เร็ว เพราะการมีข้อมูลด้านความยั่งยืนที่น่าเชื่อถือ โปร่งใส และตรวจสอบได้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้า เพิ่มโอกาสทางการค้า และเข้าถึงแหล่งเงินทุนสีเขียวได้มากขึ้น” นายชลัช กล่าว</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-7-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถรับมือกับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ <strong>EXIM BANK</strong> ในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงเตรียมพัฒนาบริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูลและรายงานด้านความยั่งยืนแก่ SMEs และผู้ส่งออกที่เป็นลูกค้าของธนาคาร เพื่อช่วยผู้ประกอบการจัดเตรียมข้อมูล ESG ที่จำเป็นสำหรับการตอบข้อกำหนดของผู้นำเข้าและบริษัทในห่วงโซ่อุปทานโลก ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียโอกาสทางการค้า และเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การเข้าถึงสินเชื่อสีเขียว สินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ</p>
<p>นอกจากนี้ EXIM BANK เร่งขยายการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อสนับสนุนทั้งองค์ความรู้ แหล่งเงินทุน และกลไกช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้ในต้นทุนที่เหมาะสม ปัจจุบัน EXIM BANK มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการทุกขนาดในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว ด้วยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น <strong>2.75%</strong> ต่อปี ตลอด <strong>2</strong> ปีแรก วงเงินสูงสุด<strong> 100</strong> ล้านบาท สำหรับ SMEs ผ่อนชำระได้นานสูงสุด <strong>10</strong> ปี ผ่าน<strong> 2</strong> ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ สินเชื่อ<strong> EXIM Solar D-Carbon</strong> สำหรับการลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน และ สินเชื่อ <strong>Green X Transformation</strong> สำหรับการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนเทคโนโลยี และการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในภาคธุรกิจ เพื่อช่วยลดต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-4-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-6-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>EXIM BANK ยังสนับสนุนสินเชื่อหมุนเวียนอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการส่งออกและผู้ประกอบการในห่วงโซ่คุณค่าของภาคส่งออกที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมมอบส่วนลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม 0.25% ต่อปี นานสูงสุด 1 ปี สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนสมัครสินเชื่อเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความยั่งยืน หรือสินเชื่อหมุนเวียน ภายในเดือนกรกฎาคม 2569</p>
<p>นอกเหนือจากการสนับสนุนด้านเงินทุน EXIM BANK ยังส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ ผ่านการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในการขึ้นทะเบียนคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทย (T-VER) แบบแผนงานของ EXIM BANK รวมทั้งร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผลักดันการใช้ระบบ SET Carbon ภายใต้โครงการ EXIM Know Your Carbon เพื่อช่วยผู้ประกอบการจัดทำรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร โดยผู้ประกอบการที่ใช้สินเชื่อกับ EXIM BANK และจัดทำรายงานผ่านระบบดังกล่าว จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 0.25% ต่อปี ตลอดอายุสัญญาเงินกู้</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-Master-1-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/07/EXIM-ESG-Report-5-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>“EXIM BANK เชื่อมั่นว่าการยกระดับศักยภาพด้าน ESG ของผู้ประกอบการไทยจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออกไทย ท่ามกลางกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเป็นอีกกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายชลัช กล่าว</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/38470/">EXIM BANK พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการด้านความยั่งยืน  เสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยรับกติกาการค้าโลกยุคใหม่ เปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ในขณะที่ความคับคั่งของ Uplink โตอย่างก้าวกระโดด</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/37802/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Jun 2026 02:28:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[5G Standalone SA Network Slicing]]></category>
		<category><![CDATA[Ericsson Mobility Report June 2026]]></category>
		<category><![CDATA[Physical AI เครือข่าย 5G Ericsson]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตทราฟฟิก Uplink Downlink 5G]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานอีริคสัน EMR 2569 5G]]></category>
		<category><![CDATA[สถิติผู้ใช้งาน 5G ทั่วโลก 3 พันล้านราย]]></category>
		<category><![CDATA[อีริคสัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=37802</guid>

					<description><![CDATA[<p>รายงาน Ericsson Mobility Report (EMR) ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 เผยไตรมาสแรกปีนี้ มียอดผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกสูงทะลุ 3 พันล้านราย ขณะที่การเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Network Slicing บนเครือข่าย 5G Standalone (SA) ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารยังเติบโตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ให้บริการหลาย ๆ รายอัตราการเติบโตของปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink พุ่งแซงหน้า Downlink แล้ว</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/37802/">รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ในขณะที่ความคับคั่งของ Uplink โตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_37803" style="width: 754px"  class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" class="wp-image-37803 size-full" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-25T091555.539.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-25T091555.539.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-25T091555.539-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /><p class="wp-caption-text">• ภายในไตรมาสแรกปี 2569 พบมีผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้นถึง 162 ล้านราย ทำให้ยอดรวมพุ่งสูงกว่า 3.1 พันล้านราย • ปริมาณความคับคั่งของ Uplink จากผู้ให้บริการหลายรายเติบโตเร็วกว่า Downlink และในบางกรณีพบว่าเติบโตรวดเร็วอย่างมีนัยสำคัญ • คาดการณ์อีก 5 ปี (2574) ยอดผู้ใช้บริการ 5G ในประเทศไทยจะเติบโตสูงถึง 93 ล้านราย</p></div>
<p>รายงาน <strong>Ericsson Mobility Report (EMR)</strong> ฉบับเดือนมิถุนายน 2569 เผยไตรมาสแรกปีนี้ มียอดผู้ใช้บริการ 5G บนเครือข่ายมือถือทั่วโลกสูงทะลุ 3 พันล้านราย ขณะที่การเปิดตัวบริการเชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Network Slicing บนเครือข่าย 5G Standalone (SA) ของผู้ให้บริการด้านการสื่อสารยังเติบโตสูง นอกจากนี้ยังพบว่าในผู้ให้บริการหลาย ๆ รายอัตราการเติบโตของปริมาณการรับ-ส่งข้อมูลแบบ Uplink พุ่งแซงหน้า Downlink แล้ว</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-37936 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-scaled.jpg" alt="" width="988" height="556" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-300x169.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-1024x576.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-768x432.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-1536x864.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-2-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 988px) 100vw, 988px" /></p>
<p>รายงานฉบับเดือนมิถุนายนนี้ ครอบคลุมช่วงเวลาคาดการณ์เดียวกันกับรายงานฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 (คือปี 2568-2574) แต่มีการปรับปรุงข้อมูลทางสถิติและการคาดการณ์เป็นปัจจุบัน</p>
<p>จากจำนวนผู้ใช้บริการ 5G รายใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึง 162 ล้านรายทั่วโลก ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ ทำให้ยอดรวมทะลุหลัก 3 พันล้านราย โดยอยู่ที่ 3.1 พันล้านราย และคาดว่าภายในสิ้นปี 2574 จะยังเติบโตรวดเร็วต่อเนื่องสูงกว่าเท่าตัว (แตะ 6.4 พันล้านราย) และยอดผู้ใช้บริการ 5G ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะเพิ่มสูงถึง 670 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นอัตราการเข้าถึงบริการ 5G เกินกว่า 50% ของจำนวนผู้ใช้งานมือถือทั้งหมดในภูมิภาคนี้</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ให้บริการด้านการสื่อสารราว 390 รายทั่วโลกที่เปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์แล้ว โดยจำนวนนี้มีมากกว่า 90 รายเปิดให้บริการ 5G Standalone (SA) ณ สิ้นปี 2568 เครือข่าย 5G รองรับยอดทราฟฟิกดาต้าบนมือถือทั้งหมดในสัดส่วนสูงถึง 48% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 85% ภายในสิ้นปี 2574 โดยภูมิภาคยุโรปตะวันตก อเมริกาเหนือ เอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะมีอัตราการใช้งาน 5G ใกล้เคียงหรือสูงกว่า 90% ภายในสิ้นปี 2574</p>
<p>สำหรับประเทศไทย ณ สิ้นปี 2568 มีจำนวนผู้ใช้บริการ 5G อยู่ที่ 33 ล้านราย คิดเป็น 36% ของยอดผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดในประเทศ และคาดว่าภายในปี 2574 จะเติบโตก้าวกระโดดแตะ 93 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 92% ของจำนวนผู้ใช้บริการมือถือทั้งหมดในไทย</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-37940 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-scaled.jpg" alt="" width="1051" height="660" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-300x188.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-1024x643.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-768x482.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-1536x965.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/แอนเดอร์ส-เรียน-ประธานบริษัท-อีริคสัน-ประเทศไทย-1-1-2048x1286.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1051px) 100vw, 1051px" /></p>
<p><strong>มร. แอนเดอร์ส เรียน ประธานบริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า</strong> &#8220;ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริโภคข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนผ่านแอปพลิเคชัน AI, การทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ และคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นเอง (User-Generated Content หรือ UGC) โดยปัจจัยเหล่านี้กำลังเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบทราฟฟิกที่พึ่งพาการส่งข้อมูลแบบ Uplink อย่างมหาศาล ตามที่ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุดที่เผยให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในครั้งนี้ว่า เครือข่ายจำเป็นต้องวิวัฒนาการจากการเชื่อมต่อแบบ Best-Effort Connectivity ไปสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Intelligent Infrastructure) ที่ต้องสามารถรองรับการไหลเวียนของข้อมูลประสิทธิภาพสูงต่อเนื่อง&#8221;</p>
<p>&#8220;สิ่งสำคัญเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ คือต้องลงทุนต่อเนื่องในคลื่นความถี่ Mid-Band คุณภาพสูง โดยเฉพาะในย่านความถี่ 3.5 GHz ควบคู่ไปกับการเร่งวางระบบ 5G Standalone (SA) ที่ขีดความสามารถเหล่านี้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อที่แตกต่างกันหรือ Differentiated Connectivity ผ่านเทคโนโลยี Network Slicing เปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการสามารถรับประกันประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับแอปพลิเคชันเฉพาะด้าน และปลดล็อกโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในกลุ่มบริการสำหรับผู้บริโภคและกลุ่มองค์กรธุรกิจในระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของประเทศไทย&#8221; <strong>มร. แอนเดอร์ส กล่าวเสริม</strong></p>
<p>ในส่วนของบริการ Differentiated Connectivity เชิงพาณิชย์ บนเทคโนโลยี 5G SA Network Slicing จากผู้ให้บริการสื่อสารทั่วโลก ที่มีความสามารถในการส่งมอบและรับประกันคุณภาพตามรูปแบบการใช้งานเฉพาะด้านด้วยการล็อกช่องสัญญาณเครือข่ายไว้นั้น ยังคงเติบโตขึ้นรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นจาก 65 บริการในรายงาน EMR ฉบับเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็น 84 บริการในทุกภูมิภาคทั่วโลก อ้างอิงตามรายงานล่าสุดในเดือนมิถุนายนนี้ บ่งชี้ว่าบริการบนฐาน Differentiated Connectivity กำลังเคลื่อนจากกลุ่มผู้เริ่มใช้งานในระยะแรกไปสู่การสร้างมูลค่าหลักเชิงพาณิชย์</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-37941 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-scaled.jpg" alt="" width="1047" height="589" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-300x169.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-1024x576.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-768x432.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-1536x864.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-3-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1047px) 100vw, 1047px" /></p>
<p>ในกลุ่มผู้ให้บริการด้านการสื่อสารส่วนใหญ่ พบว่าความคับคั่งของการ Uplink เติบโตรวดเร็วกว่า Downlink และในบางกรณีเติบโตเร็วกว่าเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักในปัจจุบันมาจากแอปพลิเคชันเพื่อใช้ในการสื่อสารและการทำงานร่วมกันบนสมาร์ตโฟน การแชร์คอนเทนต์ที่สร้างขึ้น (User Generated Content &#8211; UGC) และระบบจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์</p>
<p>จากการวัดผลความคับคั่งบนเครือข่ายของอีริคสัน พบว่าผู้ให้บริการ 43 รายจาก 55 ราย มีอัตราการเติบโตของการ Uplink สูงกว่า Downlink โดยผู้ให้บริการ 17 รายมีความคับคั่งของ Uplink โตสูงกว่า Downlink ถึง 1.5 เท่า ทั้งนี้โมเดลจำลองสถานการณ์ของอีริคสันยังชี้ว่าปริมาณการใช้งาน AI ที่เพิ่มเข้ามานั้น อาจส่งผลให้ความคับคั่งของการ Uplink ในปี 2574 สูงกว่าปี 2568 ถึง 3 เท่าตัวหรือมากกว่านั้น</p>
<p>ปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ทั้งในส่วนของโทรศัพท์เคลื่อนที่และ Fixed Wireless Access (FWA) ในไตรมาสแรกปี 2569 เติบโตขึ้น 22% ต่อปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 ซึ่งตัวเลขนี้สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดอินเดียและอเมริกาเหนือ</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-37942 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-scaled.jpg" alt="" width="1031" height="580" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-300x169.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-1024x576.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-768x432.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-1536x864.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/ThailandEricsson-Mobility-Report-June-2026-Anders-images-7-2048x1152.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1031px) 100vw, 1031px" /></p>
<p>รายงานยังเผยว่าภาคอุตสาหกรรมหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี 6G มากขึ้น โดยเริ่มมีการหารือด้านข้อกำหนดมาตรฐานแล้ว ซึ่งความคาดหวัง 6G ในระยะแรกนั้นครอบคลุมถึงการสนับสนุนระบบตรวจจับและการสื่อสารแบบบูรณาการ หรือ Integrated Sensing and Communication (ISAC), การผสานรวมระหว่างเครือข่ายภาคพื้นดินและเครือข่ายดาวเทียมเพื่อลดช่องว่างสัญญาณ, และการมุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างจริงจัง ซึ่งทั้งหมดนี้จะขับเคลื่อนด้วย AI-Native 6G</p>
<p>คาดว่าข้อกำหนด 6G ที่ใช้งานได้จริงชุดแรกจะได้รับการสรุปแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2571 หรือช่วงต้นปี 2572 โดยคาดว่าบริการ 6G เชิงพาณิชย์แรกจะเปิดตัวตามมาในปี 2573 และอัตราการใช้งานจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาคและประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (GCC) จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มนำ 6G มาใช้งาน เช่นเดียวกับการเปิดตัว 5G ที่ผ่านมา</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/37802/">รายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด เผยผู้ใช้บริการ 5G ทั่วโลกทะลุ 3 พันล้านราย ในขณะที่ความคับคั่งของ Uplink โตอย่างก้าวกระโดด</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮอนด้า จัดงาน FY2026 HATC &#038; APC Supplier Conference  ผนึกกำลังผู้ผลิตไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง Supply Chain  ตอกย้ำไทยฐานการผลิตศักยภาพสูง พร้อมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/37712/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 03:47:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[FY2026 HATC & APC Supplier Conference]]></category>
		<category><![CDATA[Honda Asian Parts Center APC เอเชี่ยนฮอนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า Supplier Conference 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า Supply Chain ประเทศไทย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า โลจิสติกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีดิจิทัล]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ อิวานามิ ฮอนด้า วิสัยทัศน์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[โรงงานฮอนด้า ปราจีนบุรี มอบคอมพิวเตอร์ 722 เครื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=37712</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#160; บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (HATC) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/37712/">ฮอนด้า จัดงาน FY2026 HATC & APC Supplier Conference  ผนึกกำลังผู้ผลิตไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง Supply Chain  ตอกย้ำไทยฐานการผลิตศักยภาพสูง พร้อมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_37713" style="width: 754px"  class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" class="wp-image-37713 size-full" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-22T104002.601.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-22T104002.601.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/News-Memag-Online-2026-06-22T104002.601-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /><p class="wp-caption-text">คณะผู้บริหารกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ร่วมถ่ายภาพพิธีเปิดงาน FY2026 HATC &#038; APC Supplier Conference</p></div>
<p><strong>บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด (HATC) ร่วมกับ ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้า (Honda Asian Parts Center : APC) บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดประชุม FY2026 HATC &#038; APC Supplier Conference </strong>เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินธุรกิจ และเสริมสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทย ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการประชุมครั้งนี้มีผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากทั่วประเทศเข้าร่วมจำนวน 252 บริษัท สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการยกระดับศักยภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอุตสาหกรรมยานยนต์อย่าง</p>
<div id="attachment_37715" style="width: 1150px"  class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" class="wp-image-37715" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2.jpg" alt="" width="1140" height="760" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2.jpg 1659w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-2-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1140px) 100vw, 1140px" /><p class="wp-caption-text">นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของฮอนด้า</p></div>
<p><strong>ปักหมุดประเทศไทย ฐานการผลิตและส่งออกระดับโลก</strong></p>
<p>ฮอนด้ายังคงตอกย้ำบทบาทของ<strong>ประเทศไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก</strong>โดยมุ่งยกระดับศักยภาพการผลิตเพื่อรองรับทั้งความต้องการภายในประเทศและตลาดส่งออกในหลากหลายภูมิภาคสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการปรับโครงสร้างการผลิตรถยนต์สำเร็จรูป (Completely Built-Up: CBU) รวมไว้ที่โรงงานฮอนด้า จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักที่แข็งแกร่ง มีเสถียรภาพ พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต ซึ่งความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างการผลิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน ล้วนเป็นผลมาจากความร่วมมือ จากผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศซึ่งเป็นฟันเฟืองสำคัญที่มีส่วนร่วมในการผลิตรถยนต์ฮอนด้า</p>
<p><strong><br />
เสริมแกร่ง </strong><strong>Supply Chain และระบบโลจิสติกส์</strong></p>
<p>ฮอนด้า<strong>ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน (</strong><strong>Supply Chain) เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาด</strong>และความท้าทายทางธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน <strong>โดยยกระดับความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการและรับมือกับความเสี่ยงสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพร่วมกันตลอดทั้งระบบในรูปแบบ </strong><strong>End-to-End Visibility</strong> รวมถึงยกระดับแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยประเมินจากฐานทรัพยากรและสถานการณ์จริง เพื่อรักษาเสถียรภาพในการจัดส่งชิ้นส่วนและลดผลกระทบต่อไลน์การผลิตให้น้อยที่สุด รวมถึงระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเชื่อมโยงการติดตามชิ้นส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและต้นทุน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-37716 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3.jpg" alt="" width="1179" height="786" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3.jpg 1400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/06/FY2026-HATC-APC-Supplier-Conference-3-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1179px) 100vw, 1179px" /></p>
<p><strong>ยกระดับการผลิต การบริหารต้นทุนและคุณภาพเชิงรุก</strong></p>
<p>ในด้านการผลิตเพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดยานยนต์ยุคใหม่ ฮอนด้าเดินหน้าปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและลดระยะเวลาการผลิต ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพตั้งแต่ต้นกระบวนการด้วยการนำ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล<br />
มาประยุกต์ใช้ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและดึงศักยภาพในไลน์การผลิตออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ฮอนด้ายังมีแนวทาง<strong>ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานในอุตสาหกรรม (</strong><strong>Industry Standard Parts) ควบคู่ไปกับการยกระดับโครงสร้างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</strong> เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ในอนาคต พร้อมทั้ง<br />
<strong>ลดระยะเวลาการผลิต (</strong><strong>Lead time)</strong> และ<strong>เสริมความแข็งแกร่งด้านต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ดียิ่งขึ้นในตลาด</strong></p>
<p><strong>บริการหลังการขาย คุณภาพที่ลูกค้าไว้วางใจ</strong><strong> </strong></p>
<p>ในด้านธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่และบริการหลังการขาย ฮอนด้ายังคง<strong>มุ่งมั่นรักษามาตรฐานคุณภาพและการส่งมอบที่มีประสิทธิภาพสูง</strong> นอกจากนี้ ฮอนด้ายังมีแผนขยายขอบเขตการควบคุมและยกระดับคุณภาพให้ครอบคลุมถึงชิ้นส่วนอะไหล่มากยิ่งขึ้น เพื่อ<strong>สร้างความพร้อมในการบริการและส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า</strong></p>
<p><strong>ผนึกกำลังร่วมเติบโตเป็นหนึ่งเดียว</strong></p>
<p>ฮอนด้าและพันธมิตรผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์พร้อมเดินหน้าร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผ่านนวัตกรรมและความร่วมมือ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน <strong>พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแก่ลูกค้าและเติบโตเคียงข้างสังคมไทยต่อไป</strong></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/37712/">ฮอนด้า จัดงาน FY2026 HATC & APC Supplier Conference  ผนึกกำลังผู้ผลิตไทย เดินหน้าเสริมแกร่ง Supply Chain  ตอกย้ำไทยฐานการผลิตศักยภาพสูง พร้อมเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion”  สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว  พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36975/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 03:36:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Honda Smart in Motion สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[Next-gen Honda Hybrid 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ทิศทางธุรกิจ ฮอนด้า ออโตโมบิล 2569]]></category>
		<category><![CDATA[นายโคจิ อิวานามิ]]></category>
		<category><![CDATA[รถยนต์อัจฉริยะ Honda SDV]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบปฏิบัติการ ASIMO OS รถยนต์ฮอนด้า]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า ประชุมผู้จำหน่าย 2569 Smart in Motion]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยีขับขี่ Honda S+ Shift]]></category>
		<category><![CDATA[โคจิ อิวานามิ วิสัยทัศน์ ฮอนด้า ประเทศไทย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ฮอนด้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36975</guid>

					<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมผู้จ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36975/">ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion”  สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว  พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36976 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-60-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-60-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-60-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> <strong>จัดประชุมผู้จำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ </strong><strong>2569</strong> ภายใต้แนวคิด <strong>“</strong><strong>Smart in Motion – สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว”</strong> ประกาศ<strong>ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายสำคัญ</strong>ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่าย โดยเน้นการขับเคลื่อนแบรนด์อย่างเป็นระบบผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัทและผู้จำหน่าย ครอบคลุมทั้ง<strong>ด้านผลิตภัณฑ์</strong> และ<strong>ด้านการขายและการบริการ</strong> เพื่อยกระดับศักยภาพการดำเนินงานให้แข็งแกร่ง พร้อมรับกับการแข่งขันท่ามกลางตลาดที่มีความท้าทายสูง พร้อมตอกย้ำ<strong>การสร้างบทใหม่ของแบรนด์</strong> <strong>ผ่านการส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์</strong> เพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่าตลอดเส้นทางการใช้งาน (Customer Journey) ควบคู่กับตอกย้ำบทบาทสำคัญของผู้จำหน่ายในฐานะพลังหลักที่เชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้า เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36979 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-scaled.jpg" alt="" width="1125" height="750" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_3-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1125px) 100vw, 1125px" /></p>
<p><strong>นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ</strong> <strong>บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด</strong> กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณผู้จำหน่ายทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลอดปีที่ผ่านมา<br />
ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนฮอนด้าสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปีนี้ เรามุ่งยกระดับกลยุทธ์อย่างรอบด้าน ไม่เพียงนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งด้านการขายและการบริการ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน (Customer Journey) ขณะเดียวกัน ฮอนด้า จะเดินหน้าขับเคลื่อนแบรนด์อย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อสร้างคุณค่าที่แตกต่างและยั่งยืน”</p>
<p>โดย<strong>สรุปประเด็นทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงาน</strong>ได้เป็น <strong>2 ด้านหลัก </strong>ได้แก่</p>
<p><strong>1) ด้านผลิตภัณฑ์ </strong>(Product)</p>
<p>มุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างรอบด้าน ผ่านการผสานจุดแข็งของแบรนด์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านความน่าเชื่อถือ ความประหยัดน้ำมัน และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อยกระดับแบรนด์ไปอีกขั้น โดยตั้งเป้า<br />
<strong>วางตำแหน่งทางการตลาด</strong>ที่ต่อยอดจาก<strong>ความเชื่อมั่น</strong>เดิม <strong>ผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัย</strong>ที่จะนำมาใช้กับรถยนต์ฮอนด้าในอนาคต เพื่อ<strong>สร้างจุดยืนที่โดดเด่นและชัดเจนในตลาด</strong> พร้อมพัฒนารถยนต์ทั้งขุมพลังไฮบริดและไฟฟ้า สู่การเป็น <strong>“รถยนต์อัจฉริยะ (</strong><strong>Honda’s Smart Car)”</strong> อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีแง่มุมหลัก ดังนี้</p>
<p><strong>■</strong><strong> สร้างแบรนด์ให้ทรงพลัง ผ่านเรื่องราวและความสปอร์ต</strong></p>
<ul>
<li>เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ทั้งแบรนด์หลักและแบรนด์ย่อย (Sub-brand) ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวที่สะท้อนตัวตนและประวัติศาสตร์ความสำเร็จของฮอนด้า โดยเฉพาะ DNA ด้านมอเตอร์สปอร์ต</li>
<li>ยกระดับการ<strong>เชื่อมโยงแบรนด์รถยนต์ฮอนด้าเข้ากับแบรนด์ย่อย </strong><strong>HRC</strong> หรือ <strong>Honda Racing Corporation </strong>เพื่อนำ<strong>ภาพความสปอร์ตจากสนามแข่งมาถ่ายทอดสู่รถรุ่นที่ทำตลาดจริง</strong> ยกระดับภาพความสปอร์ตเร้าใจ และต่อยอดสู่การ<strong>เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไลน์อัป </strong><strong>HRC อย่างต่อเนื่องในอนาคต</strong></li>
</ul>
<p><strong>■</strong><strong> เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของรถยนต์ฮอนด้าอย่างชัดเจน</strong> <strong>ถ่ายทอดผ่านรถยนต์รุ่นใหม่ </strong><strong>(Full Model Change) ในอนาคต รวมถึงรถไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า</strong></p>
<p><strong>■</strong><strong> พร้อมยกระดับสู่รถยนต์อัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย</strong></p>
<ul>
<li>เตรียมนำเสนอรถยนต์อัจฉริยะ (SDV: Software-Defined Vehicles) ที่ผสานฟังก์ชันหลักที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อ ความปลอดภัย และฟังก์ชันอัจฉริยะอื่น ๆ</li>
<li>โดยมี <strong>ASIMO OS เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุม</strong> ซึ่งจะถูก<strong>พัฒนารวมอยู่ในโครงสร้างซอฟต์แวร์ของรถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่</strong> เพื่อยกระดับสู่ Smart Car อย่างเต็มรูปแบบ</li>
<li><strong>ระบบไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า</strong> (Next-gen Honda Hybrid) จะได้รับการยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และความสะดวกในการใช้งาน อีกทั้งพัฒนา<strong>ระบบขับเคลื่อน</strong>และ<strong>โครงสร้างตัวถัง</strong><br />
ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในทุกมิติ</li>
<li>เตรียม<strong>นำเสนอรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี</strong> <strong>Honda S+ Shift เพื่อถ่ายทอดความสนุกในการ<br />
ขับขี่สไตล์สปอร์ต</strong> ตามเอกลักษณ์ของฮอนด้า</li>
<li><strong>เดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี</strong> เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม พร้อมรองรับการขยายฐานลูกค้าใหม่ในอนาคตให้ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ อีกทั้งเสริมความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ในตลาด</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36978 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-scaled.jpg" alt="" width="1063" height="709" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/Honda-Dealer-Conference-2026_2-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1063px) 100vw, 1063px" /></p>
<p><strong>2) ด้านการขายและการบริการ </strong>(Sales &#038; Services)</p>
<p>มุ่งยกระดับการขายและการบริการ ผ่านการ<strong>ส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายและเชื่อมโยงกับชีวิตของลูกค้าในทุกช่วง (</strong><strong>Customer Journey</strong>) ตั้งแต่การเลือกซื้อไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศกว่า 200 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการถ่ายทอดประสบการณ์แบรนด์สู่ลูกค้า<br />
อย่างครบวงจร ผ่านแง่มุมหลักในการดำเนินงาน ดังนี้</p>
<p><strong>■</strong><strong> เชื่อมโยงแบรนด์สู่ชีวิตผู้คนยุคใหม่</strong></p>
<p>ต่อยอดการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ (Brand story) เพื่อสร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับลูกค้า พร้อม<strong>ปรับแนวทางการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น</strong> ผ่าน<strong>การใช้พรีเซนเตอร์</strong> <strong>การคอลแลปกับแบรนด์ที่ได้รับความนิยม</strong> รวมถึงการ<strong>พัฒนาช่องทาง</strong><strong> Honda Thailand Official Account</strong> ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค<br />
ในปัจจุบัน เพื่อให้ฮอนด้าเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้คน และก้าวทันต่อความสนใจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ</p>
<p><strong>■</strong><strong> ยกระดับโชว์รูมสู่ </strong><strong>Experience Hub</strong></p>
<p>มุ่งออกแบบและส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคลในทุก touchpoint ของลูกค้า ควบคู่กับการ<strong>เตรียมนำ </strong><strong>CI (Corporate Identity) ใหม่มาใช้</strong> เพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยจะเริ่ม<strong>ทยอยปรับใช้โลโก้ </strong><strong>H mark ใหม่ในโชว์รูมเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศภายในปีนี้</strong></p>
<p><strong>■</strong><strong> ขับเคลื่อนประสบการณ์ </strong><strong>Wow &#038; Stress-Free มอบทั้งความตื่นเต้นและอุ่นใจ ในทุกทัชพอยต์</strong></p>
<ul>
<li>เน้นสร้างประสบการณ์แบบ <strong>“Wow” และ “Stress-Free”</strong> ผ่านการเชื่อมต่อทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ครอบคลุมตลอดเส้นทางของลูกค้า (Customer Journey) ตั้งแต่การพิจารณาเลือกซื้อ การเป็นเจ้าของ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อรถคันใหม่อีกครั้ง</li>
<li><strong>พัฒนาแนวทางและกิจกรรมใหม่ทั้งด้านการขายและบริการ</strong> เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง</li>
</ul>
<p>นอกจากการถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจและเป้าหมาย ภายในงานยังได้มีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติให้แก่<br />
ผู้จำหน่ายสำหรับผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาที่ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจของฮอนด้า โดยครอบคลุมทั้งรางวัล<br />
ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมประจำปี รวมถึงรางวัลด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านยอดขาย ด้านส่วนแบ่งการตลาด ด้านการบริการหลังการขาย และอื่น ๆ รวมกว่า 196 รางวัล</p>
<p>การจัดประชุมผู้จำหน่ายในครั้งนี้ สะท้อนถึงทิศทางของฮอนด้าในการก้าวสู่บทใหม่ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ควบคู่กับการยกระดับการขายและการบริการ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศอย่างเป็นระบบ ตอกย้ำการเติบโตของแบรนด์อย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย ในการเป็นองค์กรที่สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36975/">ฮอนด้าผนึกเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เดินเกม “Smart in Motion”  สมาร์ต ก้าวล้ำ ทุกความเคลื่อนไหว  พร้อมยกระดับแบรนด์และประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจร</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้ว่า ททท. เผยแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลยังอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 68 แม้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สะท้อนความเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36828/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 May 2026 03:06:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Seat Capacity สายการบินยุโรปเข้าไทย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[การปรับเส้นทางการบิน Rerouting เข้าไทย วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ แถลงนโยบาย 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาด Quality Leisure ททท. เศรษฐกิจโลกชะลอตัว]]></category>
		<category><![CDATA[นักท่องเที่ยวกลุ่ม Ultra Luxury ตะวันออกกลาง พำนักระยะยาวในไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมการจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า นักท่องเที่ยวระยะไกล 2026]]></category>
		<category><![CDATA[สถิตินักท่องเที่ยวยุโรป อเมริกา เข้าไทย มกราคม - เมษายน 2569]]></category>
		<category><![CDATA[การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)]]></category>
		<category><![CDATA[ททท.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36828</guid>

					<description><![CDATA[<p>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2569 ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2568 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการประเมินว่า ยอดจองสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ยังอยู่ในระดับที่ดี และหากสถานการณ์ความไม่สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Quality Leisure จะกลับมาอย่างรวดเร็ว</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36828/">ผู้ว่า ททท. เผยแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลยังอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 68 แม้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สะท้อนความเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36829 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-21-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-21-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-21-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย </strong><strong>(ททท.) โดย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. เผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลในช่วงเดือนมกราคม &#8211; เมษายน 2569 ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปี 2568 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการประเมินว่า ยอดจองสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ยังอยู่ในระดับที่ดี และหากสถานการณ์ความไม่สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Quality Leisure จะกลับมาอย่างรวดเร็ว</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36831 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787.jpg" alt="" width="796" height="530" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787.jpg 1568w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787-768x511.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787-1536x1023.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325787-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 796px) 100vw, 796px" /></p>
<p>ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงรักษาระดับได้ มีดังนี้</p>
<ol>
<li>ช่วงเวลาดังกล่าวเป็น High Season ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยนักท่องเที่ยวบางส่วนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม</li>
<li>ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น Holiday Destination ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง</li>
<li>ตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากทั้งภูมิภาคอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้าน Connecting ผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น</li>
</ol>
<p>อย่างไรก็ตาม ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36832 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325789.jpg" alt="" width="800" height="532" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325789.jpg 800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325789-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325789-768x511.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/S__46325789-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม เป็นช่วงที่ปกตินักท่องเที่ยวตลาดยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ Seat Capacity เข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ททท. ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้มีการเติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี</p>
<p>ทั้งนี้ ททท. เชื่อมั่นว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับมาเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง อาทิ Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="682" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n-1024x682.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n-768x511.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663194671_1470505348449385_9051149174926815969_n.jpg 1286w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/663251059_1470505415116045_6521779551933870505_n.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI เปิดเผยว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลด้านสงครามและค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังจุดหมายที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ</p>
<p>สำหรับภาคการท่องเที่ยว ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก โดยสำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยอาจเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความอ่อนไหวด้านราคาจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีนและเวียดนาม ดังนั้น การรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยว จะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36828/">ผู้ว่า ททท. เผยแนวโน้มตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลยังอยู่ในระดับใกล้เคียงปี 68 แม้เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง สะท้อนความเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36613/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 01:53:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[MOU GC SCGC ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Adjusted Cash EBITDA Q1 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ Daily War Room SCG วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การร่วมทุน GC และ SCGC ธุรกิจโอเลฟินส์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม แถลงผลประกอบการ SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ LSPE เวียดนาม ความคืบหน้า 2569]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36613</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ “ระยะสั้น” บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที พร้อมเดินหน้าวินัยการเงินเข้มข้น “ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน – ผลักดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจ</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36614 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>ผลประกอบการ</strong><strong> SCG </strong><strong>ไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569</strong><strong> มี Adjusted Cash EBITDA </strong><strong>14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong><strong> คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ </strong><strong>ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ </strong><strong>“ระยะสั้น” </strong><strong>บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย </strong><strong>Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที</strong> <strong>พร้อมเดินหน้า</strong><strong>วินัยการเงินเข้มข้น </strong><strong>“ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน </strong><strong>– </strong><strong>ผลักดันสินค้ากรีน </strong><strong>&#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – </strong><strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36615 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg" alt="" width="1180" height="787" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg 1800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1180px) 100vw, 1180px" /></p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า </strong>“ไตรมาส 1 ปี 2569 เอสซีจีมี<strong> Adjusted Cash EBITDA</strong> <strong>(กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด</strong><strong>)</strong> 14,929 ล้านบาท แข็งแกร่งขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน <strong>กำไรสำหรับงวด</strong> 6,223 ล้านบาท และ<strong>รายได้จากการขายรวม</strong> 123,327 ล้านบาท แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน กระทบเศรษฐกิจโลก ไทย และหลายภาคธุรกิจ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อต่อ แต่การที่เอสซีจีตัดสินใจดำเนิน “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>อย่างทันท่วงทีตั้งแต่ระยะต้น ทำให้สามารถ ‘ตั้งรับแรงกระแทกจากความผันผวนได้ก่อน’ และ ‘คุมสถานการณ์ได้จริง’ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทั้ง <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> <strong>บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘</strong><strong>Daily War Room’</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการติดตามและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ <strong>การบริหารต้นทุนพลังงาน </strong>ควบคู่<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด</strong> รวมทั้ง<strong>เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น </strong>เพื่อสถานะการเงินบริษัทที่เข้มแข็ง ส่วน <strong>“แผนระยะ </strong><strong>2 ปี (2569-2570)”</strong> เอสซีจีมุ่งสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการ<strong>บริหารความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน</strong> ผ่านการรวมศูนย์การผลิตและนำ Robotics &#038; Automation มาใช้ยกระดับคุณภาพสินค้า พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม ซึ่งคืบหน้า 54% ตามแผน ตลอดจน<strong>ผลักดันสินค้ากรีน (</strong><strong>Green Products) – สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า(Smart Value Products : SVP) – สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products : HVA) </strong>และ<strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC</strong> รวมทั้ง<strong>ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong> เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมแข็งแกร่งระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36616 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg" alt="" width="760" height="950" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg 1600w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-819x1024.jpg 819w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-768x960.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-1229x1536.jpg 1229w" sizes="(max-width: 760px) 100vw, 760px" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียด “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>ดังกล่าว ประกอบด้วย <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> เน้นปรับตัว ‘เข้มข้น’ ทันท่วงที โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘Daily War Room’</strong> รวมศูนย์ผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกด้าน นำข้อมูลรายวันมาหาโซลูชันที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น<strong>การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ</strong> ด้วยการ ‘เร่งหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น’ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับ<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชน </strong>ให้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าไม่สามารถซื้อจากผู้ผลิตรายอื่นได้ เช่น สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</p>
<p><strong>2.) บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน โดย ‘เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานทางเลือก’ และ ‘เพิ่มการใช้รถ EV ขนส่งสินค้า’ ประกอบกับ ‘การมีโรงงานผลิตสินค้ากระจายทั่วประเทศ’ ช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ดี</p>
<p><strong>3.) เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงิน ‘เข้มข้น’</strong> ซึ่งผลจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไรช่วงที่ผ่านมา                              ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่<strong>เงินทุนหมุนเวียน</strong>เพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง แต่ยังควบคุม<strong>เงินลงทุน (</strong><strong>CAPEX)</strong> ได้ที่ 5,482 ล้านบาท ทำให้<strong>หนี้สินสุทธิ</strong>ลดลง 2,813 ล้านบาท <strong>อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ </strong><strong>EBITDA</strong> อยู่ที่ 5.0 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า สถานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมี<strong>เงินสดคงเหลือ</strong> ณ สิ้นไตรมาส 67,137 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับ <strong>“แผนระยะ 2 ปี”</strong> (2569-2570) เน้น ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรม ‘แข็งแกร่ง’ ในระยะยาว โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความได้เปรียบจาก ‘การมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน’</strong> (Regional Optimization) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโต ด้วยการ ‘รวมศูนย์การผลิต’ และ ‘ใช้ Robotics &#038; Automation’ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า รวมทั้งการ ‘บริหารต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ’ คาดว่าช่วยลดต้นทุนทั่วอาเซียนได้ปีละกว่า 3,300 ล้านบาท ส่วน ‘โครงการ LSPE’ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนาม เมื่อเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน คาดว่าช่วยลดต้นทุนได้ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>2.) ผลัก</strong><strong>ดัน</strong><strong> ‘สินค้ากรีน </strong><strong>– </strong><strong>สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า </strong><strong>– </strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</strong><strong>’</strong> เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมเพิ่มอัตราส่วนของกำไรต่อรายได้ให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>3.) เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</strong> โดยได้ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก ทั้งนี้ ผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน</p>
<p><strong>4.) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ‘SCG </strong><strong>Cleanergy’</strong> ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานทางเลือกของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนและความผันผวนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ผลประกอบการและการดำเนินงานสำคัญในไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569 รายธุรกิจ</strong> มีดังนี้</p>
<p><strong>1.) <u>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</u></strong> ได้แรงหนุนจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนและโครงการภาครัฐ</p>
<ul>
<li><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> กำไร 2,136 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งขยาย “ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ”</strong> เข้าถึงตลาดในประเทศกว่า 80% พร้อมส่งออกต่างประเทศต่อเนื่อง</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า</strong><strong> HVA</strong> ยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มความทนทาน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าระยะยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น กลุ่มสินค้า CPAC Super, Extras และ Advance Series “คอนกรีตซูเปอร์ชายเล ซีแพค” และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า มารีน ซีแพค” สำหรับภาคใต้ ตะวันออก และตะวันตก ป้องกันโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า ทนดินเค็ม ซีแพค” สำหรับภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ดินเค็ม</li>
<li><strong>ใช้พลังงานทางเลือก </strong>ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล เชื้อเพลิงจากขยะ และพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้กว่า 444 ล้านบาท</li>
<li><strong>ใช้รถไฟฟ้า </strong><strong>EV Mining Truck </strong>ในเหมืองปูนซีเมนต์เป็นรายแรกของไทย และทดลองขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> กำไร 804 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งผลักดันสินค้า </strong><strong>SVP</strong> ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อผู้บริโภค สร้างรายได้กว่า 993 ล้านบาท จากกลุ่มสินค้าหลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ ฉนวนกันความร้อน และกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า </strong><strong>HVA</strong> ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น “กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี รุ่นคอมฟอร์ท” ซึ่งลดการสะสมความร้อนบนแผ่นกระเบื้อง “ระบบหลังคากันความร้อน เอสซีจี” โซลูชันลดความร้อนเข้าสู่บ้าน และ “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเซลิกา ศรา” ที่ราคาคุ้มค่าและได้กระแสตอบรับดี</li>
<li><strong>เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง</strong> ด้วย Lean Automation, AI และใช้วัตถุดิบทดแทนที่มีคุณภาพในการผลิต แต่ยังคงคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐาน</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี เดคคอร์ </strong>กำไร 247 ล้านบาท เน้นเดินหน้า<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>Regional optimization</strong> เพิ่มศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ผ่าน ‘โครงการเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ในเวียดนาม’ เตรียมพร้อมเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในภูมิภาค อีกทั้ง ‘โครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน และเพิ่มสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนใหม่ในไทย’ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำกำไร และแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p><strong>2.) <u>ธุรกิจเคมิคอลส์</u></strong> สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้วัตถุดิบขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้น ผู้ผลิตในเอเชียและตะวันออกกลางลดกำลังการผลิตและอัตราการเดินเครื่องจักรราว 46 ล้านตัน หรือประมาณ 20% ของกำลังการผลิตเอทิลีน ทำให้อุปทานในตลาดลดลง ด้วยปัจจัยด้านต้นทุนและอุปทานดังกล่าว ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีซี</u></strong> กำไร 1,078 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น โดยเอสซีจีซีเร่งเดินหน้าปรับกลยุทธ์ต่อเนื่องเพื่อ<strong>รับมือความผันผวนของการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง</strong> โดยให้ความสำคัญกับ<strong>การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ</strong> <strong>ที่ไม่อยู่ในตะวันออกกลาง</strong> <strong>การบริหารจัดการวัตถุดิบและแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</strong> พร้อม<strong>มุ่งส่งมอบสินค้าโดยให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศเป็นลำดับแรก </strong>เพื่อลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานให้น้อยที่สุด ควบคู่การ<strong>ผลักดันสินค้า </strong><strong>HVA</strong> สู่ตลาดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน LSP ในเวียดนาม ชั่วคราวเพิ่มเติม หลังจากหยุดการเดินโรงงาน ROC ในไทย ชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ จากการจัดหาวัตถุดิบที่มีข้อจำกัด เอสซีจีซีจะใช้เวลาดังกล่าวดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ซึ่งล่าสุดคืบหน้า 54% ให้โรงงานและเครื่องจักรพร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน เพื่อสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวให้ธุรกิจต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการหยุดเดินโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC)                            การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่น ๆ ยังดำเนินการตามปกติ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</li>
</ul>
<p><strong>3.) <u>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</u></strong> กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาเซียนและการส่งออกยังคงดีต่อเนื่อง</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีพี</u></strong> กำไร 1,566 ล้านบาท จากธุรกิจในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน และจากแรงหนุนของการอุปโภคบริโภคในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเอสซีจีพีมุ่ง<strong>เพิ่มสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียน</strong>ซึ่งเป็นตลาดหลักและดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และ<strong>เดินหน้าบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ</strong> ควบคู่กับ<strong>การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงาน</strong>อย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p><strong>4.) <u>ธุรกิจพลังงานสะอาด</u></strong></p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</u></strong> มีกำลังการผลิตสะสมของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 141 เมกะวัตต์ จากการ<strong>บริหารจัดการเชิงรุก โดยปรับกระบวนการพัฒนาโครงการให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น</strong> ส่งผลให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขนาดใหญ่ได้ตามแผน อาทิ โครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ (CMT1) รวมถึงโครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชนอย่างบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด นอกจากนี้ ยัง<strong>พัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง</strong> เพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้</li>
</ul>
<p><strong><em>“แม้ความผันผวนทั้งในตะวันออกกลางและภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง เอสซีจีจะยังเดินหน้ารักษาวินัยการเงินอย่าง ‘เข้มข้น’ และ เร่ง ‘เสริมแกร่ง’ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของทุกธุรกิจให้ ‘เข้มแข็ง’ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวเชิงรุกทุกด้านให้พร้อมสู้ทุกความท้าทาย </em></strong><strong><em>มั่นใจว่าสถานะทางการเงินบริษัทฯ ยัง </em></strong><strong><em>‘แข็งแกร่ง’ มีเงินสดในมือเพียงพอ </em></strong><strong><em>และสามารถเติบโตในระยะยาวได้ต่อไป” </em></strong><strong><em>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </em></strong><strong><em>กล่าวปิดท้าย </em></strong></p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
<div class="vc_grid-container-wrapper vc_clearfix">
	<div class="vc_grid-container vc_clearfix wpb_content_element vc_media_grid" data-initial-loading-animation="fadeIn" data-vc-grid-settings="{&quot;page_id&quot;:36613,&quot;style&quot;:&quot;all&quot;,&quot;action&quot;:&quot;vc_get_vc_grid_data&quot;,&quot;shortcode_id&quot;:&quot;1778039066325-0f94dd98-d9cb-3&quot;,&quot;tag&quot;:&quot;vc_media_grid&quot;}" data-vc-request="https://www.memagazine.co.th/wp-admin/admin-ajax.php" data-vc-post-id="36613" data-vc-public-nonce="baec2acd6d">
		
	</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พฤกษา โฮลดิ้ง” ตอกย้ำกลยุทธ์ปี 68 ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ดันมาร์จิ้น 33.3% ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36144/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 13:01:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[243 ล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[600 ล้านปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[LifetimeWellLiving]]></category>
		<category><![CDATA[PRUKSA]]></category>
		<category><![CDATA[PruksaHolding]]></category>
		<category><![CDATA[PSH]]></category>
		<category><![CDATA[ViMUT]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ D2P D2D โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มลูกค้าประกันและองค์กร โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตผู้ป่วยเมียนมา โรงพยาบาลวิมุต 10 เท่า]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร EBITDA โรงพยาบาลวิมุต 2568]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว วิมุต โฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการโรงพยาบาลวิมุต 2568]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เครือวิมุต 2]]></category>
		<category><![CDATA[วิมุต-เทพธารินทร์ ศูนย์ตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายรายได้วิมุต 2]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กำไรรายไตรมาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต ลูกค้าต่างชาติ เมียนมา อาหรับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36144</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36146 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41.png" alt="" width="1200" height="630" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41.png 1200w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-300x158.png 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-1024x538.png 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-768x403.png 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><strong>พฤกษา โฮลดิ้ง โชว์ความเหนือชั้นในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความผันผวนของตลาด สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ </strong><strong>Reshaping Portfolio ในปี 2568 จากการปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ลดสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก และยกระดับคุณภาพโครงการให้สอดรับกับกำลังซื้อ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้สูงถึง 33.3% จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน ตอกย้ำประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตและวินัยทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดฉากปี 69 ด้วย</strong><strong>กลยุทธ์ใหม่ภายใต้กรอบ </strong><strong>“</strong><strong>Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused”</strong> <strong>มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว บริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ยกระดับ     แบรนด์ผ่านความร่วมมือด้านสุขภาพและบริการครบวงจร </strong><strong>ตั้งเป้าปี </strong><strong>69 กวาดรายได้ 18,800 ล้านบาท ธุรกิจเรียลเอสเตท เตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท ดันรายได้ 15,000 ล้านบาท</strong><strong> ส่วนธุรกิจ เฮลท์แคร์เครือวิมุตลุย</strong><strong>เดินหน้ากลยุทธ์ความเป็นเลิศ ปักธงสร้างรายได้ 2</strong><strong>,600 ล้านบาท </strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36147 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-scaled.jpg" alt="" width="1217" height="811" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-1536x1023.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-2048x1364.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1217px) 100vw, 1217px" /></p>
<p><strong>นางสาวปัทมา </strong><strong>ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความสำเร็จของพฤกษา โฮลดิ้ง สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ของพฤกษา โฮลดิ้ง โดยบริษัทฯ ได้มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โฟกัสธุรกิจหลัก และยกระดับสัดส่วนโครงการในตลาดระดับกลางถึงบน ควบคู่กับการลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ที่ 33.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญสภาวะตลาดที่ท้าทาย</p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพียง 0.28 เท่า พร้อม Backlog กว่า 3,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจหลัก ปรับลดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 247 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน</p>
<p>“ในปี 2569 นี้ เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท  พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท  เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง” นางสาวปัทมา กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36163 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511.jpg" alt="" width="998" height="1248" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511.jpg 1080w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-819x1024.jpg 819w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-768x960.jpg 768w" sizes="(max-width: 998px) 100vw, 998px" /></p>
<p>ในมิติแรก “Asset-Optimized, Recurring-Built” บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ สำหรับความคืบหน้าในธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลก  เพื่อรองรับศักยภาพด้าน      โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60%  ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้นำที่ดินจากพอรต์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ และเพิ่มสัดส่วนบ้านในเซ็กเมนต์กลางถึงบน เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ด้าน “Capital-Efficient, Growth-Enabled” บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มพฤกษาเร่งชำระหนี้โดยลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป</p>
<p>ขณะที่ในมิติสุดท้าย “Well Living-Focused, Brand-Strengthened” บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่ม Mid-to-Upper Segment เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการผสานแนวคิดสุขภาพเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวบริการ Family Doctor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโมเดล “แพทย์ประจำครอบครัว” มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย</p>
<p>Family Doctor สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของพฤกษา จาก “ผู้สร้างที่อยู่อาศัย” สู่ “ผู้สร้างความเป็นอยู่ที่ดี” มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพ โดยแพทย์จะดูแลสุขภาพลูกบ้านแบบองค์รวมและต่อเนื่อง ซึ่งจะเข้าใจประวัติสุขภาพของแต่ละครอบครัวอย่างลึกซึ้ง พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness) ในกลุ่มโครงการระดับกลางถึงบนอย่างใกล้ชิด ควบคู่บริการ Well Care @Home ดูแล ให้คำปรึกษาและตรวจสุขภาพเบื้องต้นถึงหน้าบ้านภายในโครงการ การให้คำปรึกษาทางไกล (Telemedicine) ที่เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพเข้ากับที่อยู่อาศัยอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ มอบความอุ่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกบ้านพฤกษาที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ สำหรับบริการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างพฤกษา เรียลเอสเตท และโรงพยาบาลวิมุต ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ และสามารถเชื่อมโยง “บ้าน” กับ “การดูแลสุขภาพ” ได้อย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี&#8230;ทั้งชีวิต” เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและสร้างคุณค่าในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ ทิศทางกลยุทธ์สำหรับปี 2569 ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการเน้น “การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36148 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-scaled.jpg" alt="" width="1118" height="745" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1118px) 100vw, 1118px" /></p>
<p><strong>นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 พฤกษา เรียลเอสเตท ได้เปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท โดยมียอดพรีเซลล์ 11,050 ล้านบาท และยอดโอน 11,500 ล้านบาท มีสินค้าพร้อมขายมูลค่ารวมกว่า 66,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ปี 2568 ยังเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอของพฤกษา เรียลเอสเตท ราว 45% ของโครงการใหม่อยู่ในกลุ่มพรีเมียม (มากกว่า 7 ล้านบาท)  และระดับกลางราคา 3-5 ล้านบาท คิดเป็น 42% ในขณะที่ 13% เป็นกลุ่มราคาระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโครงการที่เป็นที่ต้องการของตลาดและระบายโครงการที่ขายช้าออกไปอย่างต่อเนื่อง <span style="text-decoration: line-through;"> </span></p>
<p>“แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงล่าง แต่เรายังสามารถบริหารต้นทุนผ่านกลยุทธ์การแบ่งโซน การปิดโครงการเก่า ปรับการออกแบบและต้นทุนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคาและความต้องการในแต่ละโซน รวมทั้งการเร่งโอนคอนโดมิเนียมในช่วงปลายปี ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น” นายธีระ กล่าว</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="717" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1024x717.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1024x717.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-300x210.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-768x538.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1536x1076.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0.jpg 1919w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="589" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1024x589.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1024x589.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-300x172.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-768x441.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1536x883.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0.jpg 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>สำหรับปี 2569 พฤกษา เรียลเอสเตท มีกลยุทธ์ที่จะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่ ควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง บริหารกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง พร้อมเร่งยอดผ่านช่องทางออนไลน์และฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ ขยายช่องทางเอเจ้นท์เพิ่มขึ้น 10% โดยเน้นไปที่กลุ่มต่างชาติทั้งจีน พม่า และไต้หวัน เพิ่มการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ด้านราคา รวมไปถึงการออกแคมเปญโปรโมชัน และแคมเปญเพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่ลูกค้า ทั้งโปรแกรมพฤกษา พาส  ที่ให้ลูกค้าทำสัญญา &#8220;ผ่อนตรงกับโครงการ&#8221; สูงสุด 1 ปี และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที และยังมีแผนออกโปรแกรมอื่นๆ เพื่อช่วยลูกค้าที่อยากมีที่อยู่อาศัย แต่ติดปัญหาด้านสินเชื่อเพิ่มเติมอีกด้วย</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="684" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1024x684.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1024x684.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-768x513.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1536x1025.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0.jpg 1997w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="677" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1024x677.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1024x677.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-300x198.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-768x508.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1536x1016.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0.jpg 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 อีก 7 โครงการ จะเป็น Brand Champion ที่เป็นความชำนาญของพฤกษาและเลือกสร้างโครงการใน Strategic Location มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลล์ 16,500 ล้านบาท รายได้ 15,000 ล้านบาท (ไม่รวมยอดจากโครงการที่มีการร่วมลงทุน) มีโครงการไฮไลต์ ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ  วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 แบบบ้านดีไซน์ใหม่ที่นำ “คอร์ทยาร์ด” มาเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64  บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical เพียง 19 ครอบครัว ขนาด 42.1-66.2 ตารางวา นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดสำหรับ Pet Parent แห่งแรกของพฤกษาที่แชปเตอร์ วัน รัชดา 19 ด้วย</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong>นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด</strong> กล่าวเสริมว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุตเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีรายได้รวม 2,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 232 ล้านบาท เติบโตเท่าตัว โดยโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้กว่า 12 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2568 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลมา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายการบริการดูแลรักษาในสาขาหลัก เช่น สุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด และกระดูกและข้อ รวมถึงการเติบโตของลูกค้าประกัน ลูกค้าองค์กร และการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งเมียนมา (เติบโตขึ้น 10 เท่า) กลุ่มอาหรับ (เติบโต 2 เท่า) จีน และแอฟริกา ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในส่วนของโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ นอกจากความเป็นผู้นำด้านการป้องกันและรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการโปรโมทศูนย์ตรวจสุขภาพและยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน กับบริษัทขนาดใหญ่โดยรอบและลูกบ้านพฤกษา เพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="751" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1024x751.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1024x751.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-300x220.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-768x563.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1536x1127.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-2048x1502.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ในปี 2569 เครือวิมุตได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2,600 ล้านบาท เติบโต 16% โดยมีกลยุทธ์หลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่      1) ด้านผลิตภัณฑ์ จากความสำเร็จของการเปิดการบริการดูแลรักษาในสาขาหลักต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธินมีแผนขยายการบริการดูแลรักษาระบบทางเดินอาหารและตับ และระบบประสาทและสมอง และได้ออกแคมเปญเพื่อการดูแลสุขภาพสตรีครบครันทั้งสุขภาพภายในผู้หญิงและเรื่องความงามภายนอก ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพาธารินทร์ เน้นศูนย์ไลฟ์สไตล์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ศูนย์อุบัติเหตุ และศูนย์ทางเดินอาหารและตับ  2) ด้านการตลาด มีแผนขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางประกันภัย ลูกค้าองค์กร ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และการส่งต่อผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล 3) ด้านการดำเนินงาน มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล (Operational Excellence) โดยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านการใช้ Telemedicine ระบบดิจิทัล และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล (Global Credibility) ผ่านการขยายช่องทางสื่อสารไปยังคนไข้โดยตรง (D2P) ขยายการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์ (D2D) และเพิ่มปริมาณเคสที่มีความซับซ้อน (Complex Cases) ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p>“ปี 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งการปรับสมดุลและเสริมรากฐานโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่ปี  2569 ซึ่งจะเป็นปีแห่งการปลดล็อกศักยภาพสินทรัพย์และสร้างรายได้ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ภายใต้โครงสร้างการเงินที่มั่นคงและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการขยายฐานรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ โดยเรายังคงมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ในการยกระดับ Lifetime Well-Living สู่ Holistic Health Experience ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวปัทมา กล่าวในตอนท้าย</p>
<p>#PruksaHolding #PSH #LifetimeWellLiving #Pruksa #ViMUT</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
<div class="vc_grid-container-wrapper vc_clearfix">
	<div class="vc_grid-container vc_clearfix wpb_content_element vc_media_grid" data-initial-loading-animation="fadeIn" data-vc-grid-settings="{&quot;page_id&quot;:36144,&quot;style&quot;:&quot;all&quot;,&quot;action&quot;:&quot;vc_get_vc_grid_data&quot;,&quot;shortcode_id&quot;:&quot;1772631086927-148ec69c-dc97-2&quot;,&quot;tag&quot;:&quot;vc_media_grid&quot;}" data-vc-request="https://www.memagazine.co.th/wp-admin/admin-ajax.php" data-vc-post-id="36144" data-vc-public-nonce="baec2acd6d">
		
	</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36144/">“พฤกษา โฮลดิ้ง” ตอกย้ำกลยุทธ์ปี 68 ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ดันมาร์จิ้น 33.3% ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35892/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 09:11:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK Export Co-pilot 2569]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[Export Studio ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[SME Export Grooming EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[XIM BANK ก้าวสู่ปีที่ 33]]></category>
		<category><![CDATA[กำไรสุทธิ EXIM BANK 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ชลัช รัตนบุญนิธิ นโยบาย EXIM BANK 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน EXIM BANK ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ คุณสู้ เอ็กซิมช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร EXIM 2X ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[แพ็กเกจสินเชื่อควบคู่ประกันการส่งออก EXIM BANK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35892</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35892/">EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35884 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>นายชลัช รัตนบุญนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงนโยบายและบทบาท EXIM BANK ในโอกาสที่ธนาคารจะเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการครบ 32 ปี ก้าวสู่ปีที่ 33 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ในปีนี้ ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเปราะบางและความผันผวนสูงจากความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน การค้า และการลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจประเทศหลักมีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แกว่งตัวรุนแรงตามปัจจัยภายนอก เพิ่มความเสี่ยงต่อรายได้และต้นทุนของผู้ส่งออก ตลอดจนต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ กติกาการค้าโลกยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าถึงตลาดโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ดังเช่นอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนซ้ำเติมความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35893 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg" alt="" width="1147" height="765" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg 2400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1147px) 100vw, 1147px" /></p>
<p>ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเงินทุนและสภาพคล่อง การเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ การขยายเครือข่ายคู่ค้า ตลอดจนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงประเทศผู้ซื้อ และความเสี่ยงผู้ซื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในเวทีการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จึงมุ่งปรับบทบาทสู่การเป็น <strong>“</strong><strong>Export Co-pilot”</strong> ที่เข้าใจทิศทางการส่งออก วิธีบริหารจัดการความเสี่ยง และสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา เสริมองค์ความรู้ เติมสภาพคล่อง ไปจนถึงการจัดหาเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในทุกช่วงจังหวะของธุรกิจ</p>
<p>ในปี 2569 EXIM BANK เดินหน้าพัฒนาบทบาท Export Co-pilot อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการยกระดับเครื่องมือสนับสนุนผู้ส่งออกแบบครบวงจร เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ก้าวข้ามความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเน้นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่บริการประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ควบคู่กับการยกเครื่องกระบวนการทำงานขององค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ที่แม่นยำ เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>S-M-A-R-T</strong> ได้แก่ <strong>SME Export Grooming</strong> การยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล <strong>Market Expansion</strong> การเปิดโลกและโอกาสทางการค้า <strong>Advocacy &#038; Sustainability</strong> การสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน <strong>Revamp Digital Systems</strong> การพัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรมรองรับการขยายธุรกิจ และ <strong>Teamwork Spirits</strong> การสร้างวัฒนธรรม EXIM One Team เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขับเคลื่อนภาคธุรกิจ องค์กร ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35893 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg" alt="" width="1141" height="761" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg 2400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1141px) 100vw, 1141px" /></p>
<p>นอกจากนี้ EXIM BANK ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงิน ผ่านหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ส่งออกไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสามารถปฏิบัติตามกติกาการค้าโลกยุคใหม่ได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไทยตลอดซัพพลายเชนให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก ด้วยความพร้อมด้านเงินทุน ข้อมูลตลาด กระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดใหม่ที่ยังมีศักยภาพและต้องการสินค้ามูลค่าเพิ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกมาก</p>
<p>สำหรับ<strong>ผลการดำเนินงานปี </strong><strong>2568 ด้านการเสริมสภาพคล่อง กระตุ้นการส่งออก และเปิดตลาดใหม่</strong> EXIM BANK อนุมัติสินเชื่อใหม่รวม 54,346 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมผลักดันการกระจายความเสี่ยงด้วยการรุกตลาดใหม่ (New Frontiers) ลดการพึ่งพาตลาดเดิม โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และตลาดใหม่รวม 9,125 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันรวม ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 191,800 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนมีปริมาณธุรกิจรวม 194,564 ล้านบาท</p>
<p><strong>ด้านการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต</strong> EXIM BANK มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว โดย ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อและภาระผูกพันที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวม 91,650 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% ของยอดคงค้างรวม สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการช่วยผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดรับมาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดโลก</p>
<p><strong>ด้านการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ</strong> EXIM BANK ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ทั้งผู้ส่งออกรายใหม่และพัฒนาผู้ส่งออกรายเดิมให้เติบโตในเวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา หนึ่งในโครงการสำคัญคือ หลักสูตร <strong>“</strong><strong>EXIM 2X”</strong> ที่ออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจส่งออก ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์เจาะตลาดต่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG พร้อมสร้างโอกาสการค้าผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและกิจกรรมอื่น ๆ ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (Export Studio) ตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพสะสมรวม 25,036 ราย</p>
<p><strong>ด้านการบริหารจัดการคุณภาพหนี้</strong> EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ผ่านมาตรการ <strong>“คุณสู้ เอ็กซิมช่วย”</strong> เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและลดภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) 3.66% ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ภาคธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยง ขณะที่มีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 17,139 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงถึง 261.85% ขณะที่<strong>กำไรสุทธิปี </strong><strong>2568 เท่ากับ 1,904 ล้านบาท </strong></p>
<p>“EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot เสริมสภาพคล่อง ควบคู่การบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความพร้อมและความมั่นใจให้ผู้ส่งออกไทยในการแข่งขันภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่ และใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35892/">EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35768/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:28:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Adjusted EBITDA 2568]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Regional Optimization เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[SCG ปันผล 5 บาท ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[SCG หนี้สินลดลง 14]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC สินค้า Green Polymers 2569]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ SCG 2569 เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง เอาอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม แถลงผลประกอบการ SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการเอสซีจี ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้า SVP HVA Green เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น SCG จ่ายเงินปันผล 21 เมษายน 2569]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 5.5 หมื่นล้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ขึ้นเครื่องหมาย XD ปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ LSPE ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ก๊าซอีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35768</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 รักษาวินัยการเงินเข้มข้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น ชี้ผลการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี พร้อมเคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35768/">ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<div id="attachment_35769" style="width: 754px"  class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" class="wp-image-35769 size-full" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /><p class="wp-caption-text">แม้เศรษฐกิจโลก-ไทย ท้าทายขึ้น เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ชี้ปี 69 เดินหน้า “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</p></div>
<p><strong>ผลประกอบการเอสซีจีปี </strong><strong>68 รักษาวินัยการเงินเข้มข้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (</strong><strong>Adjusted EBITDA) 55,012 </strong><strong>ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี </strong><strong>67 คิดเป็น </strong><strong>6% </strong><strong>ขณะที่หนี้ลดลง </strong><strong>14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น ชี้ผลการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี</strong> <strong>พร้อมเคาะปันผล </strong><strong>5.0 </strong><strong>บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง</strong><strong> ปี </strong><strong>2569 ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจาก</strong><strong>กำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว เอสซีจีจึงเดินหน้า<u>เข้มข้น</u> ด้วยวินัยการเงิน </strong><strong>– </strong><strong><u>เข้มแข็ง</u></strong><strong> เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร </strong><strong>– <u>เสริมแกร่ง</u> รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว </strong><strong>มุ่งกลยุทธ์ </strong><strong>Regional Optimization ชูเวียดนาม เป็นฐานผลิตรับตลาดในประเทศและส่งออกตลาดโลก พร้อมดันสินค้า </strong><strong>SVP &#8211; HVA และ Green ที่แนวโน้มเติบโตสูง</strong> <strong>–</strong><strong> <u>เอาอยู่</u> พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35771 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1052" height="701" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg 2000w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1052px) 100vw, 1052px" /></p>
<p><strong> </strong><strong>นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า “ปี 2568 เอสซีจีเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน ซึ่งกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมโดยเฉพาะปิโตรเคมี ขณะที่ไทย เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน หนี้ครัวเรือนอยู่ระดับสูง สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขัน และวิกฤตอุทกภัย แต่เอสซีจีบริหารกระแสเงินสด หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจได้ดี โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน สะท้อนการรักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี และการเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ ทั้งยังดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568”</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35772 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569.jpg" alt="" width="800" height="1000" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569.jpg 800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569-768x960.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับผลจาก<strong>มาตรการ</strong><strong>รักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี </strong><strong>2568</strong> ที่ผ่านมา ได้แก่ <strong>1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน</strong>ลดลง 10,535 ล้านบาท <strong>2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร</strong> <strong>และประหยัดค่าใช้จ่าย</strong> ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี <strong>3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX)</strong> เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้<strong>หนี้สินสุทธิ</strong>ลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมี<strong>เงินสดคงเหลือ</strong> ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท</p>
<p>ปี 2569 เอสซีจีประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 2569 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่</p>
<p><strong>1.) </strong><strong><u>เข้มข้น</u></strong><strong> ด้วยวินัยการเงิน </strong>บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI &#038; Robotics</p>
<p><strong>2.) <u>เข้มแข็ง</u> เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร </strong></p>
<ul>
<li><strong>เดินหน้ากลยุทธ์ </strong><strong>“Regional Optimization”</strong> ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 2569 GDP เวียดนามจะโต 0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ</li>
<li><strong>ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง</strong> ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า &#8211; Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง &#8211; High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน &#8211; Green Products”</li>
</ul>
<p><strong>3.) <u>เสริมแกร่ง</u> รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว </strong>เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570</p>
<p><strong>4.) <u>เอาอยู่</u> พร้อมสู้ทุกความท้าทาย </strong>โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-35773" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization.jpg" alt="" width="1216" height="777" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization.jpg 1216w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-300x192.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-1024x654.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-768x491.jpg 768w" sizes="(max-width: 1216px) 100vw, 1216px" /></p>
<p>สำหรับกลยุทธ์เร่งเครื่องขีดความสามารถของธุรกิจต่าง ๆ ในปี 2569 ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong><u>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง </u></strong></li>
<li><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong><strong>, เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล </strong>
<ul>
<li><strong>เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน </strong>ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงทดแทน และการใช้ AI ในกระบวนการผลิต เช่น Predictive Model ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การควบคุมกระบวนการผลิตและคุณภาพสินค้า ตลอดจนการยกระดับการให้บริการด้วย AI ของ SCG HOME Online ที่ช่วยแนะนำสินค้า เปรียบเทียบทางเลือก และสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้าให้ง่ายและสะดวกขึ้น</li>
<li><strong>พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง</strong> เช่น การพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4 ที่ลดคาร์บอนได้มากขึ้น และคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ หรือ Ultra-High Performance Concrete (UHPC) ที่มีความแข็งแกร่ง และทนทานสูง</li>
<li><strong>ปรับพอร์ตสินค้าและบริการรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย </strong>ทั้งสินค้า SVP &#8211; HVA &#8211; Green สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง และให้ความสำคัญกับ Net Zero Emission รวมทั้งพัฒนางานบริการรองรับตลาดปรับปรุง ต่อเติมบ้านและอาคาร เช่น บริการติดตั้งและซ่อมแซมหลังคา บริการแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากห้องข้างเคียงและภายนอกอาคารด้วยระบบผนังกันเสียง โซลูชันประหยัดพลังงานอย่างหลังคาโซลาร์ และแก้ปัญหาฝุ่น5 ด้วย Active Air Quality จาก ONNEX by SCG</li>
<li><strong>ปรับกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การตลาดและการแข่งขัน </strong>โดยใช้เครือข่ายช่องทางค้าส่งที่แข็งแกร่งเป็นกลไกหลักในการเข้าถึงตลาดและลูกค้าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปรับรูปแบบธุรกิจค้าปลีกจาก Centralization สู่ Localization เพิ่มความคล่องตัวและตอบสนองความต้องการลูกค้าแต่ละพื้นที่ และพัฒนาระบบจัดหาและโลจิสติกส์ (Sourcing &#038; Logistics) เพื่อควบคุมต้นทุน เสริมความสามารถการทำกำไรของร้านค้าผู้แทนจำหน่ายในเครือข่าย เพิ่มความสามารถการแข่งขันระยะยาว</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong>
<ul>
<li><strong>ลดต้นทุนการผลิต </strong>ตั้งเป้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่ม 11% และพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม 2 เมกะวัตต์</li>
<li><strong>รุกตลาดเวียดนามภายในประเทศและส่งออก </strong>เพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลน ซึ่งเป็นสินค้า HVA อีก 6 ล้านตารางเมตรต่อปี ทำให้ PRIME จะมีกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลนทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านตารางเมตรต่อปีเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดในประเทศโดยเฉพาะจากภาครัฐที่เน้นลงทุนในโครงการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานทั่วเวียดนามในปี 2569<img loading="lazy" class="size-full wp-image-35774 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green.jpg" alt="" width="978" height="479" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green.jpg 978w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green-300x147.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green-768x376.jpg 768w" sizes="(max-width: 978px) 100vw, 978px" /><strong>2.) <u>เอสซีจีซี</u> </strong>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><strong>เดินหน้า </strong><strong>LSP ต่อเนื่อง</strong> เพื่อใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน รักษาฐานลูกค้า และบริหารความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ ตลอดจนการเดินหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนให้แล้วเสร็จในปี 2570</li>
<li><strong>เพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง </strong><strong>(HVA) </strong>ให้มากกว่าร้อยละ 60 ของยอดขายในธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) ในประเทศไทย เพิ่มสัดส่วนสินค้า Green Polymers และขยายบริการโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและลดความผันผวนจากวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะยาว</li>
<li><strong>ปรับพอร์ตการลงทุน</strong><strong> (Divestment)</strong> ให้สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินลงทุน<br />
<strong>3.) <u>เอสซีจีพี</u></strong> เดินหน้า<strong>สร้างการเติบโตและเพิ่มความสามารถทำกำไร</strong> ด้วยการ M&#038;P และขยายธุรกิจ รวมถึง<strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร</strong> โดยเฉพาะในเวียดนามและอินโดนีเซีย และ<strong>การขยายตลาดในอินเดีย</strong> เน้นลงทุนในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เชื่อมโยงกับผู้บริโภคเพื่อเพิ่มศักยภาพและบูรณาการด้านการผลิต รวมถึง<strong>วางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน</strong> ด้วยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot) หุ่นยนต์เพื่อทำงานร่วมกับพนักงาน (Cobot) และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยัง<strong>เพิ่มความร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ไปพร้อมกับการควบคุมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35775 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG.jpg" alt="" width="557" height="694" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG.jpg 1422w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-241x300.jpg 241w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-822x1024.jpg 822w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-768x957.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-1233x1536.jpg 1233w" sizes="(max-width: 557px) 100vw, 557px" /></p>
<p><strong>4.) <u>เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</u> เร่งเครื่องเชิงกลยุทธ์</strong> ผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้สำเร็จ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโครงการที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วเต็มศักยภาพ <strong>ยกระดับความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร </strong>พัฒนาโซลูชันที่คุ้มค่า ตอบโจทย์เชิงเทคนิค รวมถึง<strong>จัดหาแหล่งเงินทุนที่แข่งขันได้</strong> รองรับการเติบโตยั่งยืน นอกจากนี้ ยัง<strong>ต่อยอด </strong><strong>Smart Grid Platform</strong> โดยใช้ Generative AI เพิ่มความแม่นยำการคาดการณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) และยกระดับการบำรุงรักษา (Smart Maintenance) รองรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Direct PPA ผ่านการใช้โครงข่ายของบุคคลที่สาม (3<sup>RD</sup> Party Access) เพื่อเสริมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดในอนาคต ตลอดจน<strong>พัฒนา</strong><strong> Heat Battery</strong> <strong>เชิงพาณิชย์</strong> ร่วมกับ Rondo และลูกค้าอุตสาหกรรมชั้นนำ ลดต้นทุนและตอบโจทย์การใช้งานจริงยิ่งขึ้น</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="623" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-1024x623.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-1024x623.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-300x182.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-768x467.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-180x110.jpg 180w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน.jpg 1470w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="575" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-1024x575.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-1024x575.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-300x169.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-768x432.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP.jpg 1187w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong><em>“แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่</em></strong><strong><em>เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</em></strong> <strong><em>และหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่”” นายธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย</em></strong></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับครึ่งปีแรกในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับของบริษัท ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 2 เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 1 เมษายน 2569) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2569 และให้รับเงินปันผลภายใน 10 ปี</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35768/">ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
