<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MARKET INSIGHT - MeMagazine</title>
	<atom:link href="https://www.memagazine.co.th/category/market-insight/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<description>Me magazine นิตยสารบิสซิเนสและมาร์เก็ตติ้ง ราย 2 เดือน ที่นำเสนอข้อมูลความ เคลื่อนไหว เศรษฐกิจ สังคม มุมมอง ตลาด วิเคราะห์การลงทุน ด้วยความรู้ที่สดใหม่</description>
	<lastBuildDate>Wed, 06 May 2026 04:07:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=5.6.16</generator>

<image>
	<url>https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2019/10/me-online-2-100x100-1.png</url>
	<title>MARKET INSIGHT - MeMagazine</title>
	<link>https://www.memagazine.co.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36613/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2026 01:53:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[MOU GC SCGC ศึกษาความเป็นไปได้ร่วมทุนเชิงกลยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Adjusted Cash EBITDA Q1 2026]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ Daily War Room SCG วิกฤตตะวันออกกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[การร่วมทุน GC และ SCGC ธุรกิจโอเลฟินส์ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม แถลงผลประกอบการ SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ LSPE เวียดนาม ความคืบหน้า 2569]]></category>
		<category><![CDATA[SCG]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36613</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 2569 มี Adjusted Cash EBITDA 14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ “ระยะสั้น” บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที พร้อมเดินหน้าวินัยการเงินเข้มข้น “ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน – ผลักดันสินค้ากรีน &#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจ</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36614 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/News-Memag-Online-55-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>ผลประกอบการ</strong><strong> SCG </strong><strong>ไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569</strong><strong> มี Adjusted Cash EBITDA </strong><strong>14,929 ล้านบาท แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน</strong><strong> คาดสถานการณ์ตะวันออกกลางทำเศรษฐกิจโลกชะลอ </strong><strong>ราคาพลังงาน วัตถุดิบผันผวนต่อ เร่งกลยุทธ์ </strong><strong>“ระยะสั้น” </strong><strong>บริหารต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน ดูแลลูกค้าต่อเนื่อง ด้วย </strong><strong>Daily War Room ปรับตัวทันท่วงที</strong> <strong>พร้อมเดินหน้า</strong><strong>วินัยการเงินเข้มข้น </strong><strong>“ระยะ 2 ปี (2569-2570)” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว บริหารความได้เปรียบจากฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน ใช้ Robotics &#038; Automation เดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม คืบหน้าตามแผน </strong><strong>– </strong><strong>ผลักดันสินค้ากรีน </strong><strong>&#038; ราคาคุ้มค่า &#038; มูลค่าเพิ่มสูง – </strong><strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC – ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36615 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg" alt="" width="1180" height="787" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_.jpg 1800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_นายธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการ_-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1180px) 100vw, 1180px" /></p>
<p><strong>นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า </strong>“ไตรมาส 1 ปี 2569 เอสซีจีมี<strong> Adjusted Cash EBITDA</strong> <strong>(กระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด</strong><strong>)</strong> 14,929 ล้านบาท แข็งแกร่งขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน <strong>กำไรสำหรับงวด</strong> 6,223 ล้านบาท และ<strong>รายได้จากการขายรวม</strong> 123,327 ล้านบาท แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกดดันให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน กระทบเศรษฐกิจโลก ไทย และหลายภาคธุรกิจ ซึ่งคาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อต่อ แต่การที่เอสซีจีตัดสินใจดำเนิน “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>อย่างทันท่วงทีตั้งแต่ระยะต้น ทำให้สามารถ ‘ตั้งรับแรงกระแทกจากความผันผวนได้ก่อน’ และ ‘คุมสถานการณ์ได้จริง’ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทั้ง <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> <strong>บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘</strong><strong>Daily War Room’</strong> ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการติดตามและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ <strong>การบริหารต้นทุนพลังงาน </strong>ควบคู่<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชนอย่างใกล้ชิด</strong> รวมทั้ง<strong>เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น </strong>เพื่อสถานะการเงินบริษัทที่เข้มแข็ง ส่วน <strong>“แผนระยะ </strong><strong>2 ปี (2569-2570)”</strong> เอสซีจีมุ่งสร้างกล้ามเนื้อ ด้วยการ<strong>บริหารความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน</strong> ผ่านการรวมศูนย์การผลิตและนำ Robotics &#038; Automation มาใช้ยกระดับคุณภาพสินค้า พร้อมเดินหน้าโครงการ LSPE เวียดนาม ซึ่งคืบหน้า 54% ตามแผน ตลอดจน<strong>ผลักดันสินค้ากรีน (</strong><strong>Green Products) – สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า(Smart Value Products : SVP) – สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products : HVA) </strong>และ<strong>เร่ง</strong><strong>ศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง </strong><strong>GC และ SCGC</strong> รวมทั้ง<strong>ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร</strong> เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมแข็งแกร่งระยะยาว”</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36616 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg" alt="" width="760" height="950" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0.jpg 1600w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-819x1024.jpg 819w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-768x960.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/05/2_ผลประกอบการ-SCG-ไตรมาส-1-ปี-2569_0-1229x1536.jpg 1229w" sizes="(max-width: 760px) 100vw, 760px" /></p>
<p>สำหรับรายละเอียด “<strong>กลยุทธ์เชิงรุก” </strong>ดังกล่าว ประกอบด้วย <strong>“แผนระยะสั้น”</strong> เน้นปรับตัว ‘เข้มข้น’ ทันท่วงที โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการตั้ง ‘Daily War Room’</strong> รวมศูนย์ผู้มีอำนาจตัดสินใจทุกด้าน นำข้อมูลรายวันมาหาโซลูชันที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกค้าและธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น<strong>การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ</strong> ด้วยการ ‘เร่งหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น’ ทั่วทุกมุมโลก ทั้งนี้ ยังให้ความสำคัญกับ<strong>การดูแลลูกค้าตลอดซัพพลายเชน </strong>ให้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน โดยเฉพาะการเดินหน้าส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าไม่สามารถซื้อจากผู้ผลิตรายอื่นได้ เช่น สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</p>
<p><strong>2.) บริหารต้นทุนพลังงาน</strong> เพื่อให้พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤตน้ำมันขาดแคลน โดย ‘เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและใช้พลังงานทางเลือก’ และ ‘เพิ่มการใช้รถ EV ขนส่งสินค้า’ ประกอบกับ ‘การมีโรงงานผลิตสินค้ากระจายทั่วประเทศ’ ช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ดี</p>
<p><strong>3.) เดินหน้ารักษาวินัยทางการเงิน ‘เข้มข้น’</strong> ซึ่งผลจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไรช่วงที่ผ่านมา                              ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาทในปี 2569 ขณะที่<strong>เงินทุนหมุนเวียน</strong>เพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง แต่ยังควบคุม<strong>เงินลงทุน (</strong><strong>CAPEX)</strong> ได้ที่ 5,482 ล้านบาท ทำให้<strong>หนี้สินสุทธิ</strong>ลดลง 2,813 ล้านบาท <strong>อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ </strong><strong>EBITDA</strong> อยู่ที่ 5.0 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า สถานะการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมี<strong>เงินสดคงเหลือ</strong> ณ สิ้นไตรมาส 67,137 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับ <strong>“แผนระยะ 2 ปี”</strong> (2569-2570) เน้น ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรม ‘แข็งแกร่ง’ ในระยะยาว โดย</p>
<p><strong>1.) บริหารความได้เปรียบจาก ‘การมีฐานผลิตหลากหลายในอาเซียน’</strong> (Regional Optimization) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโต ด้วยการ ‘รวมศูนย์การผลิต’ และ ‘ใช้ Robotics &#038; Automation’ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า รวมทั้งการ ‘บริหารต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ’ คาดว่าช่วยลดต้นทุนทั่วอาเซียนได้ปีละกว่า 3,300 ล้านบาท ส่วน ‘โครงการ LSPE’ เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals (LSP) ประเทศเวียดนาม เมื่อเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน คาดว่าช่วยลดต้นทุนได้ปีละกว่า 6,000 ล้านบาท</p>
<p><strong>2.) ผลัก</strong><strong>ดัน</strong><strong> ‘สินค้ากรีน </strong><strong>– </strong><strong>สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า </strong><strong>– </strong><strong>สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง</strong><strong>’</strong> เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า พร้อมเพิ่มอัตราส่วนของกำไรต่อรายได้ให้ธุรกิจ</p>
<p><strong>3.) เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</strong> โดยได้ประกาศการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของซัพพลายเชน และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก ทั้งนี้ ผลการศึกษาการร่วมทุนดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับผลของการตรวจสอบสภาพกิจการ (due diligence) และการได้รับอนุมัติของบริษัททั้งสองและจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (หากต้องขออนุญาต) คาดว่าการศึกษาจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3 ปี 2569 โดยระหว่างนี้ ทั้งสองบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจตามปกติอย่างเป็นอิสระต่อกัน</p>
<p><strong>4.) ขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร ‘SCG </strong><strong>Cleanergy’</strong> ตอบโจทย์ความต้องการพลังงานทางเลือกของลูกค้า เพื่อลดต้นทุนและความผันผวนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero</p>
<p>ทั้งนี้ <strong>ผลประกอบการและการดำเนินงานสำคัญในไตรมาส </strong><strong>1 ปี 2569 รายธุรกิจ</strong> มีดังนี้</p>
<p><strong>1.) <u>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง</u></strong> ได้แรงหนุนจากตลาดในภูมิภาคอาเซียนและโครงการภาครัฐ</p>
<ul>
<li><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong> กำไร 2,136 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งขยาย “ปูนเอสซีจีคาร์บอนต่ำ”</strong> เข้าถึงตลาดในประเทศกว่า 80% พร้อมส่งออกต่างประเทศต่อเนื่อง</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า</strong><strong> HVA</strong> ยกระดับคุณภาพงานก่อสร้าง ลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มความทนทาน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ลูกค้าระยะยาวตามความเหมาะสมของพื้นที่ เช่น กลุ่มสินค้า CPAC Super, Extras และ Advance Series “คอนกรีตซูเปอร์ชายเล ซีแพค” และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า มารีน ซีแพค” สำหรับภาคใต้ ตะวันออก และตะวันตก ป้องกันโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างใกล้ชายฝั่งทะเล และ “คอนกรีตเอ็กซ์ตร้า ทนดินเค็ม ซีแพค” สำหรับภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่ดินเค็ม</li>
<li><strong>ใช้พลังงานทางเลือก </strong>ทั้งเชื้อเพลิงชีวมวล เชื้อเพลิงจากขยะ และพลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิต ลดต้นทุนได้กว่า 444 ล้านบาท</li>
<li><strong>ใช้รถไฟฟ้า </strong><strong>EV Mining Truck </strong>ในเหมืองปูนซีเมนต์เป็นรายแรกของไทย และทดลองขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จด้วยรถโม่พลังงานไฟฟ้า CPAC EV Mixer Truck ให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล</strong> กำไร 804 ล้านบาท
<ul>
<li><strong>เร่งผลักดันสินค้า </strong><strong>SVP</strong> ที่ตอบโจทย์กำลังซื้อผู้บริโภค สร้างรายได้กว่า 993 ล้านบาท จากกลุ่มสินค้าหลังคา บอร์ด ไม้สังเคราะห์ ฉนวนกันความร้อน และกระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น</li>
<li><strong>มุ่งพัฒนาสินค้า </strong><strong>HVA</strong> ที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น “กระเบื้องซีเมนต์ปูพื้น เอสซีจี รุ่นคอมฟอร์ท” ซึ่งลดการสะสมความร้อนบนแผ่นกระเบื้อง “ระบบหลังคากันความร้อน เอสซีจี” โซลูชันลดความร้อนเข้าสู่บ้าน และ “หลังคาเซรามิก เอสซีจี รุ่นเซลิกา ศรา” ที่ราคาคุ้มค่าและได้กระแสตอบรับดี</li>
<li><strong>เพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตต่อเนื่อง</strong> ด้วย Lean Automation, AI และใช้วัตถุดิบทดแทนที่มีคุณภาพในการผลิต แต่ยังคงคุณภาพสินค้าได้ตามมาตรฐาน</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี เดคคอร์ </strong>กำไร 247 ล้านบาท เน้นเดินหน้า<strong>กลยุทธ์ </strong><strong>Regional optimization</strong> เพิ่มศักยภาพการแข่งขันระยะยาว ผ่าน ‘โครงการเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ในเวียดนาม’ เตรียมพร้อมเป็นฐานการผลิตและส่งออกหลักในภูมิภาค อีกทั้ง ‘โครงการรวมศูนย์การผลิตกระเบื้องเซรามิกและเกลซพอร์ซเลน และเพิ่มสายการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนใหม่ในไทย’ เพื่อลดต้นทุนการผลิต ทำกำไร และแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น</li>
</ul>
<p><strong>2.) <u>ธุรกิจเคมิคอลส์</u></strong> สถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลให้วัตถุดิบขาดแคลน และมีราคาสูงขึ้น ผู้ผลิตในเอเชียและตะวันออกกลางลดกำลังการผลิตและอัตราการเดินเครื่องจักรราว 46 ล้านตัน หรือประมาณ 20% ของกำลังการผลิตเอทิลีน ทำให้อุปทานในตลาดลดลง ด้วยปัจจัยด้านต้นทุนและอุปทานดังกล่าว ส่งผลให้ราคาพอลิเอทิลีน (PE) และพอลิโพรพิลีน (PP) ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีซี</u></strong> กำไร 1,078 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือทางบัญชี ส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น โดยเอสซีจีซีเร่งเดินหน้าปรับกลยุทธ์ต่อเนื่องเพื่อ<strong>รับมือความผันผวนของการนำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง</strong> โดยให้ความสำคัญกับ<strong>การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ</strong> <strong>ที่ไม่อยู่ในตะวันออกกลาง</strong> <strong>การบริหารจัดการวัตถุดิบและแผนการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด</strong> พร้อม<strong>มุ่งส่งมอบสินค้าโดยให้ความสำคัญกับลูกค้าในประเทศเป็นลำดับแรก </strong>เพื่อลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทานให้น้อยที่สุด ควบคู่การ<strong>ผลักดันสินค้า </strong><strong>HVA</strong> สู่ตลาดเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม แม้ล่าสุดจะมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน LSP ในเวียดนาม ชั่วคราวเพิ่มเติม หลังจากหยุดการเดินโรงงาน ROC ในไทย ชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ จากการจัดหาวัตถุดิบที่มีข้อจำกัด เอสซีจีซีจะใช้เวลาดังกล่าวดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ซึ่งล่าสุดคืบหน้า 54% ให้โรงงานและเครื่องจักรพร้อมเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน เพื่อสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวให้ธุรกิจต่อไป ทั้งนี้ นอกจากการหยุดเดินโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC)                            การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่น ๆ ยังดำเนินการตามปกติ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC</li>
</ul>
<p><strong>3.) <u>ธุรกิจแพคเกจจิ้ง</u></strong> กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคในกลุ่มอาเซียนและการส่งออกยังคงดีต่อเนื่อง</p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจีพี</u></strong> กำไร 1,566 ล้านบาท จากธุรกิจในอินโดนีเซียที่ฟื้นตัวจากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน และจากแรงหนุนของการอุปโภคบริโภคในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยเอสซีจีพีมุ่ง<strong>เพิ่มสัดส่วนรายได้บรรจุภัณฑ์เพื่อผู้บริโภคในอาเซียน</strong>ซึ่งเป็นตลาดหลักและดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) และ<strong>เดินหน้าบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ</strong> ควบคู่กับ<strong>การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการปรับการใช้พลังงาน</strong>อย่างเหมาะสม</li>
</ul>
<p><strong>4.) <u>ธุรกิจพลังงานสะอาด</u></strong></p>
<ul>
<li><strong><u>เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</u></strong> มีกำลังการผลิตสะสมของโครงการที่เปิดดำเนินการแล้วรวม 141 เมกะวัตต์ จากการ<strong>บริหารจัดการเชิงรุก โดยปรับกระบวนการพัฒนาโครงการให้กระชับและรวดเร็วยิ่งขึ้น</strong> ส่งผลให้สามารถเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขนาดใหญ่ได้ตามแผน อาทิ โครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาครัฐ (CMT1) รวมถึงโครงการซื้อขายไฟฟ้ากับภาคเอกชนอย่างบริษัท ซีเกท เทคโนโลยี ประเทศไทย จำกัด นอกจากนี้ ยัง<strong>พัฒนาโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการต่อเนื่อง</strong> เพื่อรักษาอัตราการเติบโตให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้</li>
</ul>
<p><strong><em>“แม้ความผันผวนทั้งในตะวันออกกลางและภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอยู่ในระดับสูง เอสซีจีจะยังเดินหน้ารักษาวินัยการเงินอย่าง ‘เข้มข้น’ และ เร่ง ‘เสริมแกร่ง’ ขีดความสามารถทางการแข่งขันของทุกธุรกิจให้ ‘เข้มแข็ง’ ตลอดจนติดตามสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรับตัวเชิงรุกทุกด้านให้พร้อมสู้ทุกความท้าทาย </em></strong><strong><em>มั่นใจว่าสถานะทางการเงินบริษัทฯ ยัง </em></strong><strong><em>‘แข็งแกร่ง’ มีเงินสดในมือเพียงพอ </em></strong><strong><em>และสามารถเติบโตในระยะยาวได้ต่อไป” </em></strong><strong><em>กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี </em></strong><strong><em>กล่าวปิดท้าย </em></strong></p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
<div class="vc_grid-container-wrapper vc_clearfix">
	<div class="vc_grid-container vc_clearfix wpb_content_element vc_media_grid" data-initial-loading-animation="fadeIn" data-vc-grid-settings="{&quot;page_id&quot;:36613,&quot;style&quot;:&quot;all&quot;,&quot;action&quot;:&quot;vc_get_vc_grid_data&quot;,&quot;shortcode_id&quot;:&quot;1778039066325-0f94dd98-d9cb-3&quot;,&quot;tag&quot;:&quot;vc_media_grid&quot;}" data-vc-request="https://www.memagazine.co.th/wp-admin/admin-ajax.php" data-vc-post-id="36613" data-vc-public-nonce="748d653c56">
		
	</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36613/">ผลประกอบการ SCG ไตรมาส 1 ปี 69 แกร่งขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สู้วิกฤตตะวันออกกลาง คุมต้นทุน – มุ่งบริหารฐานผลิตอาเซียน – ดันสินค้ากรีน & ราคาคุ้มค่า & มูลค่าเพิ่มสูง – เร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC สร้างความ ‘แข็งแกร่ง’ ระยะยาว</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พฤกษา โฮลดิ้ง” ตอกย้ำกลยุทธ์ปี 68 ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ดันมาร์จิ้น 33.3% ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/36144/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2026 13:01:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[243 ล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[600 ล้านปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[LifetimeWellLiving]]></category>
		<category><![CDATA[PRUKSA]]></category>
		<category><![CDATA[PruksaHolding]]></category>
		<category><![CDATA[PSH]]></category>
		<category><![CDATA[ViMUT]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ D2P D2D โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มลูกค้าประกันและองค์กร โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[การเติบโตผู้ป่วยเมียนมา โรงพยาบาลวิมุต 10 เท่า]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร EBITDA โรงพยาบาลวิมุต 2568]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.นิพัฒน์ กุหลาบขาว วิมุต โฮลดิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการโรงพยาบาลวิมุต 2568]]></category>
		<category><![CDATA[รายได้เครือวิมุต 2]]></category>
		<category><![CDATA[วิมุต-เทพธารินทร์ ศูนย์ตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายรายได้วิมุต 2]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน กำไรรายไตรมาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลวิมุต ลูกค้าต่างชาติ เมียนมา อาหรับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=36144</guid>

					<description><![CDATA[]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-36146 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41.png" alt="" width="1200" height="630" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41.png 1200w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-300x158.png 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-1024x538.png 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/News-Memag-Online-41-768x403.png 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><strong>พฤกษา โฮลดิ้ง โชว์ความเหนือชั้นในการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ท่ามกลางความผันผวนของตลาด สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ </strong><strong>Reshaping Portfolio ในปี 2568 จากการปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ลดสัดส่วนธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก และยกระดับคุณภาพโครงการให้สอดรับกับกำลังซื้อ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ได้สูงถึง 33.3% จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวน ตอกย้ำประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตและวินัยทางการเงินอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดฉากปี 69 ด้วย</strong><strong>กลยุทธ์ใหม่ภายใต้กรอบ </strong><strong>“</strong><strong>Asset-Optimized, Capital-Efficient, Well Living-Focused”</strong> <strong>มุ่งเปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นโอกาสเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว บริหารเงินทุนอย่างมีวินัย ยกระดับ     แบรนด์ผ่านความร่วมมือด้านสุขภาพและบริการครบวงจร </strong><strong>ตั้งเป้าปี </strong><strong>69 กวาดรายได้ 18,800 ล้านบาท ธุรกิจเรียลเอสเตท เตรียมเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท ดันรายได้ 15,000 ล้านบาท</strong><strong> ส่วนธุรกิจ เฮลท์แคร์เครือวิมุตลุย</strong><strong>เดินหน้ากลยุทธ์ความเป็นเลิศ ปักธงสร้างรายได้ 2</strong><strong>,600 ล้านบาท </strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36147 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-scaled.jpg" alt="" width="1217" height="811" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-1536x1023.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-2048x1364.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นางสาวปัทมา-ปิยะมณีพร-รองประธานเจ้าหน้าท_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1217px) 100vw, 1217px" /></p>
<p><strong>นางสาวปัทมา </strong><strong>ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) </strong>กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งความสำเร็จของพฤกษา โฮลดิ้ง สะท้อนผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรมจากกลยุทธ์ Reshaping Portfolio ของพฤกษา โฮลดิ้ง โดยบริษัทฯ ได้มุ่งปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจ โฟกัสธุรกิจหลัก และยกระดับสัดส่วนโครงการในตลาดระดับกลางถึงบน ควบคู่กับการลดการลงทุนในธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก ส่งผลให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ที่ 33.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากรายได้รวม 14,983 ล้านบาท แม้ต้องเผชิญสภาวะตลาดที่ท้าทาย</p>
<p>ขณะเดียวกัน ยังคงความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net Gearing Ratio) เพียง 0.28 เท่า พร้อม Backlog กว่า 3,000 ล้านบาท และด้วยกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจหลัก ปรับลดพอร์ตการลงทุนในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 247 ล้านบาท ท่ามกลางสภาวะตลาดที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งกำลังซื้อที่ชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่าง ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงิน</p>
<p>“ในปี 2569 นี้ เราตั้งเป้าหมายรายได้รวมที่ 18,800 ล้านบาท เป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15,000 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจเฮลท์แคร์ 2,600 ล้านบาท  พร้อมอัดงบลงทุน 4,400 ล้านบาท  เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ และในปีนี้เราวางกลยุทธ์ต่อเนื่องภายใต้ Reshaping Portfolio โดยมุ่งเน้น 3 แกนหลัก “Asset-Optimized · Capital-Efficient · Well Living-Focused” มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และโฟกัสพอร์ตการลงทุนเพื่อความคล่องตัวทางการเงิน และต่อยอดความได้เปรียบเชิงแบรนด์จากการผสานธุรกิจที่อยู่อาศัยและเฮลท์แคร์เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ จุดแข็งสำคัญของพฤกษาคือ การเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งทำให้เราสามารถสร้างความแตกต่างผ่านการเชื่อมโยง ‘บ้าน’ กับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ได้อย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้ทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนและมั่นคง” นางสาวปัทมา กล่าว</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36163 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511.jpg" alt="" width="998" height="1248" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511.jpg 1080w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-819x1024.jpg 819w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/S__20414511-768x960.jpg 768w" sizes="(max-width: 998px) 100vw, 998px" /></p>
<p>ในมิติแรก “Asset-Optimized, Recurring-Built” บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการบริหารจัดการพอร์ตที่ดินมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท เปลี่ยนสินทรัพย์ให้เป็นรายได้ผ่านการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและการสร้างรายได้จากการเช่ารูปแบบใหม่ ๆ อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์, อะพาร์ตเมนต์, ไฮบริด เรสซิเด้นท์ และคลังสินค้า พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้วางโรดแมปเร่งสปีดการพัฒนาและการโอนกรรมสิทธิ์ โดยตั้งเป้าปิดโครงการรวม 22 โครงการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนและลดภาระในการดูแลสินค้าคงคลังอย่างเป็นระบบ สำหรับความคืบหน้าในธุรกิจคลังสินค้า “โอเมก้า บางนา โลจิสติกส์ แคมปัส” ซึ่งเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะบนพื้นที่กว่า 217,000 ตารางเมตร ที่ถือเป็นหนึ่งในคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรระดับโลก  เพื่อรองรับศักยภาพด้าน      โลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และสอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจยุคใหม่ บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3 พร้อมได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรรายใหญ่ในกลุ่มโลจิสติกส์และอีคอมเมิร์ช โดยคาดว่าจะมียอดจองพื้นที่กว่า 60%  ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้นำที่ดินจากพอรต์ที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการ และเพิ่มสัดส่วนบ้านในเซ็กเมนต์กลางถึงบน เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ด้าน “Capital-Efficient, Growth-Enabled” บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นอันดับหนึ่ง กลุ่มพฤกษาเร่งชำระหนี้โดยลดสัดส่วนหนี้สุทธิต่อทุน (Gearing Ratio) ให้ต่ำกว่า 0.3 เท่า ภายในสิ้นปี 2569 ควบคู่กับการขยายวงเงินสินเชื่อและจัดหาเงินทุนโครงการในต้นทุนที่ต่ำลง เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนทางการเงินให้ต่ำกว่า 3.5% ลดสต๊อค เร่งการรับรู้รายได้จากการโอนบ้านพร้อมอยู่และคอนโดมิเนียมให้เร็วขึ้น 3-6 เดือน และเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น ๆ เพื่อสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cashflow) และเสริมฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งรองรับการเติบโตในระยะถัดไป</p>
<p>ขณะที่ในมิติสุดท้าย “Well Living-Focused, Brand-Strengthened” บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ในกลุ่ม Mid-to-Upper Segment เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการผสานแนวคิดสุขภาพเข้าสู่ที่อยู่อาศัยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการเปิดตัวบริการ Family Doctor ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์นำโมเดล “แพทย์ประจำครอบครัว” มาบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอยู่อาศัย</p>
<p>Family Doctor สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสำคัญของพฤกษา จาก “ผู้สร้างที่อยู่อาศัย” สู่ “ผู้สร้างความเป็นอยู่ที่ดี” มุ่งเน้นส่งเสริมสุขภาพ โดยแพทย์จะดูแลสุขภาพลูกบ้านแบบองค์รวมและต่อเนื่อง ซึ่งจะเข้าใจประวัติสุขภาพของแต่ละครอบครัวอย่างลึกซึ้ง พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนสุขภาพเฉพาะบุคคล (Personalized Wellness) ในกลุ่มโครงการระดับกลางถึงบนอย่างใกล้ชิด ควบคู่บริการ Well Care @Home ดูแล ให้คำปรึกษาและตรวจสุขภาพเบื้องต้นถึงหน้าบ้านภายในโครงการ การให้คำปรึกษาทางไกล (Telemedicine) ที่เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพเข้ากับที่อยู่อาศัยอย่างไร้รอยต่อ รวมถึงสิทธิพิเศษด้านสุขภาพ มอบความอุ่นใจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกบ้านพฤกษาที่ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ สำหรับบริการดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างพฤกษา เรียลเอสเตท และโรงพยาบาลวิมุต ตอกย้ำความเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่มีธุรกิจโรงพยาบาลในเครือ และสามารถเชื่อมโยง “บ้าน” กับ “การดูแลสุขภาพ” ได้อย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Lifetime Well-Living อยู่ดี&#8230;ทั้งชีวิต” เพื่อยกระดับมาตรฐานการอยู่อาศัยและสร้างคุณค่าในระยะยาว</p>
<p>ทั้งนี้ ทิศทางกลยุทธ์สำหรับปี 2569 ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากการเน้น “การเติบโตด้วยการขยายพอร์ต” สู่ “การเติบโตเชิงคุณภาพ” ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและสินทรัพย์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยมุ่งเน้นการสร้างรายได้ประจำควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม พร้อมสร้างความแตกต่างผ่านบริการด้านสุขภาพ เพื่อเสริมเสถียรภาพรายได้ในระยะยาวและยกระดับขีดความสามารถในการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-36148 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-scaled.jpg" alt="" width="1118" height="745" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายธีระ-ทองวิไล-CEO-บริษัท-พฤกษา-เรียลเอสเตท-_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1118px) 100vw, 1118px" /></p>
<p><strong>นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2568 พฤกษา เรียลเอสเตท ได้เปิดโครงการใหม่ 14 โครงการ มูลค่า 13,300 ล้านบาท โดยมียอดพรีเซลล์ 11,050 ล้านบาท และยอดโอน 11,500 ล้านบาท มีสินค้าพร้อมขายมูลค่ารวมกว่า 66,400 ล้านบาท นอกจากนี้ ปี 2568 ยังเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอของพฤกษา เรียลเอสเตท ราว 45% ของโครงการใหม่อยู่ในกลุ่มพรีเมียม (มากกว่า 7 ล้านบาท)  และระดับกลางราคา 3-5 ล้านบาท คิดเป็น 42% ในขณะที่ 13% เป็นกลุ่มราคาระดับต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อเพิ่มโครงการที่เป็นที่ต้องการของตลาดและระบายโครงการที่ขายช้าออกไปอย่างต่อเนื่อง <span style="text-decoration: line-through;"> </span></p>
<p>“แม้ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและการแข่งขันด้านราคาโดยเฉพาะกลุ่มบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงล่าง แต่เรายังสามารถบริหารต้นทุนผ่านกลยุทธ์การแบ่งโซน การปิดโครงการเก่า ปรับการออกแบบและต้นทุนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับราคาและความต้องการในแต่ละโซน รวมทั้งการเร่งโอนคอนโดมิเนียมในช่วงปลายปี ส่งผลให้อัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น” นายธีระ กล่าว</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="717" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1024x717.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1024x717.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-300x210.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-768x538.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0-1536x1076.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/6.The-Reserve-Villas-Sukhumvit-891_0.jpg 1919w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="589" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1024x589.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1024x589.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-300x172.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-768x441.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0-1536x883.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/5.The-Palm-Courtyard_The-Wellness-Club_0.jpg 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>สำหรับปี 2569 พฤกษา เรียลเอสเตท มีกลยุทธ์ที่จะเร่งระบายสต๊อกพร้อมอยู่ ควบคุมต้นทุนต่อเนื่อง บริหารกระแสเงินสดให้แข็งแกร่ง พร้อมเร่งยอดผ่านช่องทางออนไลน์และฐานลูกค้าเดิมที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ ขยายช่องทางเอเจ้นท์เพิ่มขึ้น 10% โดยเน้นไปที่กลุ่มต่างชาติทั้งจีน พม่า และไต้หวัน เพิ่มการแข่งขันผ่านกลยุทธ์ด้านราคา รวมไปถึงการออกแคมเปญโปรโมชัน และแคมเปญเพื่อสนับสนุนด้านการเงินแก่ลูกค้า ทั้งโปรแกรมพฤกษา พาส  ที่ให้ลูกค้าทำสัญญา &#8220;ผ่อนตรงกับโครงการ&#8221; สูงสุด 1 ปี และสามารถเข้าอยู่อาศัยได้ทันที และยังมีแผนออกโปรแกรมอื่นๆ เพื่อช่วยลูกค้าที่อยากมีที่อยู่อาศัย แต่ติดปัญหาด้านสินเชื่อเพิ่มเติมอีกด้วย</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="684" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1024x684.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1024x684.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-768x513.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-1536x1025.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/4.The-Palm-Courtyard_0.jpg 1997w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="677" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1024x677.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1024x677.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-300x198.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-768x508.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0-1536x1016.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/3.The-Palm-Courtyard_0.jpg 1999w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ด้านแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 2569 อีก 7 โครงการ จะเป็น Brand Champion ที่เป็นความชำนาญของพฤกษาและเลือกสร้างโครงการใน Strategic Location มูลค่ารวม 8,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดพรีเซลล์ 16,500 ล้านบาท รายได้ 15,000 ล้านบาท (ไม่รวมยอดจากโครงการที่มีการร่วมลงทุน) มีโครงการไฮไลต์ ได้แก่ เดอะ รีเซิร์ฟ  วิลล่า สุขุมวิท 89/1 ซึ่งเป็นโครงการลักชัวรี่ระดับราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป, เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 แบบบ้านดีไซน์ใหม่ที่นำ “คอร์ทยาร์ด” มาเชื่อมพื้นที่ภายในบ้านกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน, เดอะ ปาล์ม วิภาวดี 64  บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด 3 ชั้น สไตล์ Modern Tropical เพียง 19 ครอบครัว ขนาด 42.1-66.2 ตารางวา นอกจากนี้ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดสำหรับ Pet Parent แห่งแรกของพฤกษาที่แชปเตอร์ วัน รัชดา 19 ด้วย</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/1.นายแพทย์นิพัฒน์-กุหลาบขาว-CEO-บ.-โรงพยาบาลวิ_0-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong>นายแพทย์นิพัฒน์ กุหลาบขาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด</strong> กล่าวเสริมว่า ธุรกิจโรงพยาบาลในเครือวิมุตเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยมีรายได้รวม 2,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 3% และมีกำไรจากการดำเนินงาน (EBITDA) 232 ล้านบาท เติบโตเท่าตัว โดยโรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน เริ่มทำกำไรรายไตรมาสได้กว่า 12 ล้านบาท และในเดือนธันวาคม 2568 มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลมา ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายการบริการดูแลรักษาในสาขาหลัก เช่น สุขภาพปอด หัวใจและหลอดเลือด และกระดูกและข้อ รวมถึงการเติบโตของลูกค้าประกัน ลูกค้าองค์กร และการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งเมียนมา (เติบโตขึ้น 10 เท่า) กลุ่มอาหรับ (เติบโต 2 เท่า) จีน และแอฟริกา ในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ในส่วนของโรงพยาบาลวิมุต-เทพธารินทร์ นอกจากความเป็นผู้นำด้านการป้องกันและรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการโปรโมทศูนย์ตรวจสุขภาพและยกระดับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน กับบริษัทขนาดใหญ่โดยรอบและลูกบ้านพฤกษา เพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="751" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1024x751.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1024x751.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-300x220.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-768x563.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-1536x1127.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/03/9.ViMUT-Hospital_0-2048x1502.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ในปี 2569 เครือวิมุตได้ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 2,600 ล้านบาท เติบโต 16% โดยมีกลยุทธ์หลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่      1) ด้านผลิตภัณฑ์ จากความสำเร็จของการเปิดการบริการดูแลรักษาในสาขาหลักต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธินมีแผนขยายการบริการดูแลรักษาระบบทางเดินอาหารและตับ และระบบประสาทและสมอง และได้ออกแคมเปญเพื่อการดูแลสุขภาพสตรีครบครันทั้งสุขภาพภายในผู้หญิงและเรื่องความงามภายนอก ขณะที่โรงพยาบาลวิมุต-เทพาธารินทร์ เน้นศูนย์ไลฟ์สไตล์ส่งเสริมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ศูนย์อุบัติเหตุ และศูนย์ทางเดินอาหารและตับ  2) ด้านการตลาด มีแผนขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางประกันภัย ลูกค้าองค์กร ชาวต่างชาติที่พักอาศัยในประเทศไทย และการส่งต่อผู้ป่วยมาที่โรงพยาบาล 3) ด้านการดำเนินงาน มุ่งยกระดับการดำเนินงานสู่มาตรฐานสากล (Operational Excellence) โดยปรับปรุงประสบการณ์ผู้ป่วยให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ผ่านการใช้ Telemedicine ระบบดิจิทัล และการออกแบบกระบวนการใหม่เพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันเดินหน้าสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสากล (Global Credibility) ผ่านการขยายช่องทางสื่อสารไปยังคนไข้โดยตรง (D2P) ขยายการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างแพทย์ (D2D) และเพิ่มปริมาณเคสที่มีความซับซ้อน (Complex Cases) ควบคู่กับการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน เพื่อยกระดับภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของแบรนด์ในระยะยาว</p>
<p>“ปี 2568 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญแห่งการปรับสมดุลและเสริมรากฐานโครงสร้างธุรกิจให้แข็งแกร่ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่ปี  2569 ซึ่งจะเป็นปีแห่งการปลดล็อกศักยภาพสินทรัพย์และสร้างรายได้ต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ ภายใต้โครงสร้างการเงินที่มั่นคงและสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่ชัดเจน ควบคู่ไปกับการขยายฐานรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเฮลท์แคร์ โดยเรายังคงมุ่งมั่นต่อวิสัยทัศน์ในการยกระดับ Lifetime Well-Living สู่ Holistic Health Experience ที่ครอบคลุมทุกมิติชีวิต เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นางสาวปัทมา กล่าวในตอนท้าย</p>
<p>#PruksaHolding #PSH #LifetimeWellLiving #Pruksa #ViMUT</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
<div class="vc_grid-container-wrapper vc_clearfix">
	<div class="vc_grid-container vc_clearfix wpb_content_element vc_media_grid" data-initial-loading-animation="fadeIn" data-vc-grid-settings="{&quot;page_id&quot;:36144,&quot;style&quot;:&quot;all&quot;,&quot;action&quot;:&quot;vc_get_vc_grid_data&quot;,&quot;shortcode_id&quot;:&quot;1772631086927-148ec69c-dc97-2&quot;,&quot;tag&quot;:&quot;vc_media_grid&quot;}" data-vc-request="https://www.memagazine.co.th/wp-admin/admin-ajax.php" data-vc-post-id="36144" data-vc-public-nonce="748d653c56">
		
	</div>
</div></div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/36144/">“พฤกษา โฮลดิ้ง” ตอกย้ำกลยุทธ์ปี 68 ปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดระดับกลางถึงบน ดันมาร์จิ้น 33.3% ปี 69 เดินหน้าแปลงรายได้จากสินทรัพย์ ลุยต่อ 3 กลยุทธ์หลัก ปั้นรายได้ 18,800 ล้านบาท</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35892/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2026 09:11:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK Export Co-pilot 2569]]></category>
		<category><![CDATA[EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[Export Studio ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า]]></category>
		<category><![CDATA[SME Export Grooming EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[XIM BANK ก้าวสู่ปีที่ 33]]></category>
		<category><![CDATA[กำไรสุทธิ EXIM BANK 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ชลัช รัตนบุญนิธิ นโยบาย EXIM BANK 2569]]></category>
		<category><![CDATA[ผลการดำเนินงาน EXIM BANK ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ คุณสู้ เอ็กซิมช่วย]]></category>
		<category><![CDATA[ยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตร EXIM 2X ส่งออก]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน EXIM BANK]]></category>
		<category><![CDATA[แพ็กเกจสินเชื่อควบคู่ประกันการส่งออก EXIM BANK]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35892</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35892/">EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35884 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>นายชลัช รัตนบุญนิธิ</strong> กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) แถลงนโยบายและบทบาท EXIM BANK ในโอกาสที่ธนาคารจะเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการครบ 32 ปี ก้าวสู่ปีที่ 33 ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ในปีนี้ ณ EXIM BANK สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความเปราะบางและความผันผวนสูงจากความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นและยืดเยื้อ ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน การค้า และการลงทุนทั่วโลก ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจประเทศหลักมีแนวโน้มชะลอตัว ประกอบกับค่าเงินบาทที่แกว่งตัวรุนแรงตามปัจจัยภายนอก เพิ่มความเสี่ยงต่อรายได้และต้นทุนของผู้ส่งออก ตลอดจนต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ กติกาการค้าโลกยังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเข้าถึงตลาดโลก ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเพิ่มความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ดังเช่นอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้เมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งล้วนซ้ำเติมความไม่แน่นอนในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35893 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg" alt="" width="1147" height="765" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg 2400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1147px) 100vw, 1147px" /></p>
<p>ภายใต้บริบทดังกล่าว ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ยังคงเผชิญข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ทั้งด้านเงินทุนและสภาพคล่อง การเข้าถึงข้อมูลและองค์ความรู้เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ การขยายเครือข่ายคู่ค้า ตลอดจนความสามารถในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงประเทศผู้ซื้อ และความเสี่ยงผู้ซื้อ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในเวทีการค้าโลก ด้วยเหตุนี้ EXIM BANK ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง จึงมุ่งปรับบทบาทสู่การเป็น <strong>“</strong><strong>Export Co-pilot”</strong> ที่เข้าใจทิศทางการส่งออก วิธีบริหารจัดการความเสี่ยง และสนับสนุนผู้ส่งออกไทยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา เสริมองค์ความรู้ เติมสภาพคล่อง ไปจนถึงการจัดหาเครื่องมือบริหารความเสี่ยงในทุกช่วงจังหวะของธุรกิจ</p>
<p>ในปี 2569 EXIM BANK เดินหน้าพัฒนาบทบาท Export Co-pilot อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการยกระดับเครื่องมือสนับสนุนผู้ส่งออกแบบครบวงจร เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ก้าวข้ามความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยเน้นการสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่บริการประกันการส่งออก และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเสริมสภาพคล่องและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีการค้าโลก ควบคู่กับการยกเครื่องกระบวนการทำงานขององค์กรด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการตัดสินใจบนฐานข้อมูล (Data-driven) ที่แม่นยำ เสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ภายใต้ยุทธศาสตร์ <strong>S-M-A-R-T</strong> ได้แก่ <strong>SME Export Grooming</strong> การยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่สากล <strong>Market Expansion</strong> การเปิดโลกและโอกาสทางการค้า <strong>Advocacy &#038; Sustainability</strong> การสร้างการรับรู้และการเติบโตอย่างยั่งยืน <strong>Revamp Digital Systems</strong> การพัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรมรองรับการขยายธุรกิจ และ <strong>Teamwork Spirits</strong> การสร้างวัฒนธรรม EXIM One Team เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายขับเคลื่อนภาคธุรกิจ องค์กร ประเทศ และโลกสู่ความยั่งยืน</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35893 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg" alt="" width="1141" height="761" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1.jpg 2400w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-2048x1365.jpg 2048w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/กรรมการผู้จัดการ-EXIM-BANK-1-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1141px) 100vw, 1141px" /></p>
<p>นอกจากนี้ EXIM BANK ยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนที่ไม่ใช่การเงิน ผ่านหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการและกิจกรรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อให้ผู้ส่งออกไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกและสามารถปฏิบัติตามกติกาการค้าโลกยุคใหม่ได้ โดยอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เพื่อผลักดันผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไทยตลอดซัพพลายเชนให้เติบโตอย่างมั่นคง แข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก ด้วยความพร้อมด้านเงินทุน ข้อมูลตลาด กระบวนการผลิตและการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ภายใต้ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดใหม่ที่ยังมีศักยภาพและต้องการสินค้ามูลค่าเพิ่มที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกมาก</p>
<p>สำหรับ<strong>ผลการดำเนินงานปี </strong><strong>2568 ด้านการเสริมสภาพคล่อง กระตุ้นการส่งออก และเปิดตลาดใหม่</strong> EXIM BANK อนุมัติสินเชื่อใหม่รวม 54,346 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันที่รุนแรง พร้อมผลักดันการกระจายความเสี่ยงด้วยการรุกตลาดใหม่ (New Frontiers) ลดการพึ่งพาตลาดเดิม โดยมีวงเงินอนุมัติสินเชื่อในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม) และตลาดใหม่รวม 9,125 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดสินเชื่อคงค้างและภาระผูกพันรวม ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 191,800 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุนมีปริมาณธุรกิจรวม 194,564 ล้านบาท</p>
<p><strong>ด้านการส่งเสริมการลงทุนเพื่ออนาคต</strong> EXIM BANK มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่การผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเศรษฐกิจสีเขียว โดย ณ สิ้นปี 2568 มีสินเชื่อและภาระผูกพันที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เช่น พลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน และเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวม 91,650 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% ของยอดคงค้างรวม สะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการช่วยผู้ประกอบการไทยทุกขนาดธุรกิจยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดรับมาตรฐานสากล เพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดโลก</p>
<p><strong>ด้านการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ</strong> EXIM BANK ยังมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ ทั้งผู้ส่งออกรายใหม่และพัฒนาผู้ส่งออกรายเดิมให้เติบโตในเวทีโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืน ผ่านเครือข่ายพันธมิตรจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา หนึ่งในโครงการสำคัญคือ หลักสูตร <strong>“</strong><strong>EXIM 2X”</strong> ที่ออกแบบให้ครอบคลุมทุกมิติของธุรกิจส่งออก ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน เครื่องมือบริหารความเสี่ยง กลยุทธ์เจาะตลาดต่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์ ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึง ESG พร้อมสร้างโอกาสการค้าผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจและกิจกรรมอื่น ๆ ของศูนย์ความเป็นเลิศด้านการค้า (Export Studio) ตลอดทั้งปี ส่งผลให้มีผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาศักยภาพสะสมรวม 25,036 ราย</p>
<p><strong>ด้านการบริหารจัดการคุณภาพหนี้</strong> EXIM BANK ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ ผ่านมาตรการ <strong>“คุณสู้ เอ็กซิมช่วย”</strong> เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถฟื้นฟูกิจการและลดภาระหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ สิ้นปี 2568 ธนาคารมีอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) 3.66% ใกล้เคียงกับปีก่อน แม้ภาคธุรกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากหลากหลายปัจจัยเสี่ยง ขณะที่มีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต 17,139 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) อยู่ในระดับสูงถึง 261.85% ขณะที่<strong>กำไรสุทธิปี </strong><strong>2568 เท่ากับ 1,904 ล้านบาท </strong></p>
<p>“EXIM BANK พร้อมทำหน้าที่ Export Co-pilot เสริมสภาพคล่อง ควบคู่การบริหารความเสี่ยง เพื่อเพิ่มความพร้อมและความมั่นใจให้ผู้ส่งออกไทยในการแข่งขันภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่ และใช้การเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” นายชลัช กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35892/">EXIM BANK ปรับทัพสู่บทบาท Export Co-pilot ยกเครื่องกระบวนการทำงาน เสนอโซลูชันครบวงจร เสริมสภาพคล่อง-บริหารความเสี่ยง นำผู้ส่งออกไทยรุกตลาดใหม่ภายใต้กติกาการค้าโลกยุคใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35768/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Feb 2026 03:28:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Adjusted EBITDA 2568]]></category>
		<category><![CDATA[SCG Regional Optimization เวียดนาม]]></category>
		<category><![CDATA[SCG ปันผล 5 บาท ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[SCG หนี้สินลดลง 14]]></category>
		<category><![CDATA[SCGC สินค้า Green Polymers 2569]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ SCG 2569 เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่ง เอาอยู่]]></category>
		<category><![CDATA[ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม แถลงผลประกอบการ SCG]]></category>
		<category><![CDATA[ผลประกอบการเอสซีจี ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[สินค้า SVP HVA Green เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[หุ้น SCG จ่ายเงินปันผล 21 เมษายน 2569]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 5.5 หมื่นล้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ขึ้นเครื่องหมาย XD ปี 2569]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ LSPE ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ก๊าซอีเทน]]></category>
		<category><![CDATA[เอสซีจี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35768</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 รักษาวินัยการเงินเข้มข้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 67 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น ชี้ผลการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี พร้อมเคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35768/">ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<div id="attachment_35769" style="width: 754px"  class="wp-caption aligncenter"><img loading="lazy" class="wp-image-35769 size-full" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/News-Memag-Online-40-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /><p class="wp-caption-text">แม้เศรษฐกิจโลก-ไทย ท้าทายขึ้น เคาะปันผล 5 บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง ชี้ปี 69 เดินหน้า “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</p></div>
<p><strong>ผลประกอบการเอสซีจีปี </strong><strong>68 รักษาวินัยการเงินเข้มข้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (</strong><strong>Adjusted EBITDA) 55,012 </strong><strong>ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี </strong><strong>67 คิดเป็น </strong><strong>6% </strong><strong>ขณะที่หนี้ลดลง </strong><strong>14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายขึ้น ชี้ผลการปรับโครงสร้างธุรกิจ หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี</strong> <strong>พร้อมเคาะปันผล </strong><strong>5.0 </strong><strong>บาท/หุ้น ดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง</strong><strong> ปี </strong><strong>2569 ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจาก</strong><strong>กำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว เอสซีจีจึงเดินหน้า<u>เข้มข้น</u> ด้วยวินัยการเงิน </strong><strong>– </strong><strong><u>เข้มแข็ง</u></strong><strong> เพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร </strong><strong>– <u>เสริมแกร่ง</u> รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว </strong><strong>มุ่งกลยุทธ์ </strong><strong>Regional Optimization ชูเวียดนาม เป็นฐานผลิตรับตลาดในประเทศและส่งออกตลาดโลก พร้อมดันสินค้า </strong><strong>SVP &#8211; HVA และ Green ที่แนวโน้มเติบโตสูง</strong> <strong>–</strong><strong> <u>เอาอยู่</u> พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</strong></p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35771 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg" alt="" width="1052" height="701" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี.jpg 2000w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-1024x682.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/2_ธรรมศักดิ์-เศรษฐอุดม-กรรมการผู้จัดการใหญ่-เอสซีจี-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1052px) 100vw, 1052px" /></p>
<p><strong> </strong><strong>นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี</strong> เปิดเผยว่า “ปี 2568 เอสซีจีเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานผันผวน ซึ่งกระทบต่อทุกอุตสาหกรรมโดยเฉพาะปิโตรเคมี ขณะที่ไทย เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน หนี้ครัวเรือนอยู่ระดับสูง สินค้าราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขัน และวิกฤตอุทกภัย แต่เอสซีจีบริหารกระแสเงินสด หัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจได้ดี โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน สะท้อนการรักษาวินัยทางการเงินเข้มข้น การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี และการเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ ทั้งยังดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568”</p>
<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35772 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569.jpg" alt="" width="800" height="1000" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569.jpg 800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569-240x300.jpg 240w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/3_ผลประกอบการเอสซีจีปี-2568-พร้อมโอกาสและกลยุทธ์ปี-2569-768x960.jpg 768w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /></p>
<p>สำหรับผลจาก<strong>มาตรการ</strong><strong>รักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี </strong><strong>2568</strong> ที่ผ่านมา ได้แก่ <strong>1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน</strong>ลดลง 10,535 ล้านบาท <strong>2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร</strong> <strong>และประหยัดค่าใช้จ่าย</strong> ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี <strong>3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX)</strong> เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้<strong>หนี้สินสุทธิ</strong>ลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมี<strong>เงินสดคงเหลือ</strong> ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท</p>
<p>ปี 2569 เอสซีจีประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยชะลอตัว แต่เริ่มเห็นโอกาสจากหลายสัญญาณบวก เช่น ธุรกิจเคมิคอลส์มีแนวโน้มทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตใหม่ของโลกลดลง และราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มอ่อนตัว คาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐมีความต่อเนื่อง เอื้อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ส่วนธุรกิจแพคเกจจิ้ง ความต้องการบรรจุภัณฑ์ยังเติบโตต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศของกลุ่มอาเซียนที่ภาพรวมเศรษฐกิจเติบโต และความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามแนวโน้มดีต่อเนื่อง เอื้อต่อการลงทุนและขยายตลาด เอสซีจีจึงวางแนวทางหลักเพื่อเร่งคว้าโอกาสดังกล่าวในปี 2569 ไว้ 4 ด้าน ได้แก่</p>
<p><strong>1.) </strong><strong><u>เข้มข้น</u></strong><strong> ด้วยวินัยการเงิน </strong>บริหารกระแสเงินสดให้มั่นคง ใช้เงินลงทุนอย่างระมัดระวัง มุ่งลดต้นทุนด้วยพลังงานสะอาด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย AI &#038; Robotics</p>
<p><strong>2.) <u>เข้มแข็ง</u> เพิ่มขีดความสามารถทั่วทั้งองค์กร </strong></p>
<ul>
<li><strong>เดินหน้ากลยุทธ์ </strong><strong>“Regional Optimization”</strong> ชู “เวียดนาม” เป็นฐานการผลิตสินค้า เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ กระเบื้องเกรซพอร์ซเลน และการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 27% ของสินทรัพย์รวมของเอสซีจีในปัจจุบัน เพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ และการส่งออกสู่ตลาดโลก จากปัจจัยบวกที่คาดว่าปี 2569 GDP เวียดนามจะโต 0% ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความได้เปรียบด้านข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับกว่า 60 ประเทศ</li>
<li><strong>ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง</strong> ทั้ง “สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า &#8211; Smart Value Products (SVP)” “สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง &#8211; High Value Added (HVA) Products” และ “สินค้ากรีน &#8211; Green Products”</li>
</ul>
<p><strong>3.) <u>เสริมแกร่ง</u> รุกธุรกิจเติบโตระยะยาว </strong>เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP หรือ ลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ โดยโครงการคืบหน้าตามแผน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2570</p>
<p><strong>4.) <u>เอาอยู่</u> พร้อมสู้ทุกความท้าทาย </strong>โดยประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว</p>
<p><img loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-35773" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization.jpg" alt="" width="1216" height="777" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization.jpg 1216w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-300x192.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-1024x654.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/4_เดินหน้ากลยุทธ์-Regional-Optimization-768x491.jpg 768w" sizes="(max-width: 1216px) 100vw, 1216px" /></p>
<p>สำหรับกลยุทธ์เร่งเครื่องขีดความสามารถของธุรกิจต่าง ๆ ในปี 2569 ได้แก่</p>
<ul>
<li><strong><u>ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง </u></strong></li>
<li><strong>เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์</strong><strong>, เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล </strong>
<ul>
<li><strong>เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน </strong>ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียน เชื้อเพลิงทดแทน และการใช้ AI ในกระบวนการผลิต เช่น Predictive Model ในการซ่อมบำรุงเครื่องจักร การควบคุมกระบวนการผลิตและคุณภาพสินค้า ตลอดจนการยกระดับการให้บริการด้วย AI ของ SCG HOME Online ที่ช่วยแนะนำสินค้า เปรียบเทียบทางเลือก และสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้าให้ง่ายและสะดวกขึ้น</li>
<li><strong>พัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง</strong> เช่น การพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4 ที่ลดคาร์บอนได้มากขึ้น และคอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษ หรือ Ultra-High Performance Concrete (UHPC) ที่มีความแข็งแกร่ง และทนทานสูง</li>
<li><strong>ปรับพอร์ตสินค้าและบริการรองรับความต้องการของตลาดที่หลากหลาย </strong>ทั้งสินค้า SVP &#8211; HVA &#8211; Green สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความแตกต่าง และให้ความสำคัญกับ Net Zero Emission รวมทั้งพัฒนางานบริการรองรับตลาดปรับปรุง ต่อเติมบ้านและอาคาร เช่น บริการติดตั้งและซ่อมแซมหลังคา บริการแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากห้องข้างเคียงและภายนอกอาคารด้วยระบบผนังกันเสียง โซลูชันประหยัดพลังงานอย่างหลังคาโซลาร์ และแก้ปัญหาฝุ่น5 ด้วย Active Air Quality จาก ONNEX by SCG</li>
<li><strong>ปรับกลยุทธ์การจำหน่ายสินค้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์การตลาดและการแข่งขัน </strong>โดยใช้เครือข่ายช่องทางค้าส่งที่แข็งแกร่งเป็นกลไกหลักในการเข้าถึงตลาดและลูกค้าทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ปรับรูปแบบธุรกิจค้าปลีกจาก Centralization สู่ Localization เพิ่มความคล่องตัวและตอบสนองความต้องการลูกค้าแต่ละพื้นที่ และพัฒนาระบบจัดหาและโลจิสติกส์ (Sourcing &#038; Logistics) เพื่อควบคุมต้นทุน เสริมความสามารถการทำกำไรของร้านค้าผู้แทนจำหน่ายในเครือข่าย เพิ่มความสามารถการแข่งขันระยะยาว</li>
</ul>
</li>
<li><strong>เอสซีจี เดคคอร์</strong>
<ul>
<li><strong>ลดต้นทุนการผลิต </strong>ตั้งเป้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลเพิ่ม 11% และพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่ม 2 เมกะวัตต์</li>
<li><strong>รุกตลาดเวียดนามภายในประเทศและส่งออก </strong>เพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลน ซึ่งเป็นสินค้า HVA อีก 6 ล้านตารางเมตรต่อปี ทำให้ PRIME จะมีกำลังการผลิตกระเบื้องเกรซพอร์ซเลนทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านตารางเมตรต่อปีเมื่อโครงการแล้วเสร็จ เพื่อรองรับการเติบโตในตลาดในประเทศโดยเฉพาะจากภาครัฐที่เน้นลงทุนในโครงการพัฒนาเมืองและโครงสร้างพื้นฐานทั่วเวียดนามในปี 2569<img loading="lazy" class="size-full wp-image-35774 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green.jpg" alt="" width="978" height="479" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green.jpg 978w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green-300x147.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/5_ขยายพอร์ตสินค้าและบริการเติบโตสูง-SVP-HVA-Green-768x376.jpg 768w" sizes="(max-width: 978px) 100vw, 978px" /><strong>2.) <u>เอสซีจีซี</u> </strong>
<ul>
<li style="list-style-type: none;">
<ul>
<li><strong>เดินหน้า </strong><strong>LSP ต่อเนื่อง</strong> เพื่อใช้ประโยชน์สินทรัพย์ที่มีให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ พร้อมเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน รักษาฐานลูกค้า และบริหารความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ ตลอดจนการเดินหน้าโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนให้แล้วเสร็จในปี 2570</li>
<li><strong>เพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง </strong><strong>(HVA) </strong>ให้มากกว่าร้อยละ 60 ของยอดขายในธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) ในประเทศไทย เพิ่มสัดส่วนสินค้า Green Polymers และขยายบริการโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและลดความผันผวนจากวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะยาว</li>
<li><strong>ปรับพอร์ตการลงทุน</strong><strong> (Divestment)</strong> ให้สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินลงทุน<br />
<strong>3.) <u>เอสซีจีพี</u></strong> เดินหน้า<strong>สร้างการเติบโตและเพิ่มความสามารถทำกำไร</strong> ด้วยการ M&#038;P และขยายธุรกิจ รวมถึง<strong>ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักร</strong> โดยเฉพาะในเวียดนามและอินโดนีเซีย และ<strong>การขยายตลาดในอินเดีย</strong> เน้นลงทุนในกลุ่มบรรจุภัณฑ์เชื่อมโยงกับผู้บริโภคเพื่อเพิ่มศักยภาพและบูรณาการด้านการผลิต รวมถึง<strong>วางกลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและบริหารต้นทุน</strong> ด้วยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robot) หุ่นยนต์เพื่อทำงานร่วมกับพนักงาน (Cobot) และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและนำเสนอโซลูชันแบบครบวงจรตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยัง<strong>เพิ่มความร่วมมือกับลูกค้าในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</strong> ไปพร้อมกับการควบคุมการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
</li>
</ul>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35775 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG.jpg" alt="" width="557" height="694" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG.jpg 1422w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-241x300.jpg 241w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-822x1024.jpg 822w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-768x957.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/6_ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ-SCG-1233x1536.jpg 1233w" sizes="(max-width: 557px) 100vw, 557px" /></p>
<p><strong>4.) <u>เอสซีจี คลีนเนอร์ยี่</u> เร่งเครื่องเชิงกลยุทธ์</strong> ผลักดันโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาให้สำเร็จ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตของโครงการที่เริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วเต็มศักยภาพ <strong>ยกระดับความร่วมมือกับลูกค้าและพันธมิตร </strong>พัฒนาโซลูชันที่คุ้มค่า ตอบโจทย์เชิงเทคนิค รวมถึง<strong>จัดหาแหล่งเงินทุนที่แข่งขันได้</strong> รองรับการเติบโตยั่งยืน นอกจากนี้ ยัง<strong>ต่อยอด </strong><strong>Smart Grid Platform</strong> โดยใช้ Generative AI เพิ่มความแม่นยำการคาดการณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) และยกระดับการบำรุงรักษา (Smart Maintenance) รองรับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบ Direct PPA ผ่านการใช้โครงข่ายของบุคคลที่สาม (3<sup>RD</sup> Party Access) เพื่อเสริมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาดในอนาคต ตลอดจน<strong>พัฒนา</strong><strong> Heat Battery</strong> <strong>เชิงพาณิชย์</strong> ร่วมกับ Rondo และลูกค้าอุตสาหกรรมชั้นนำ ลดต้นทุนและตอบโจทย์การใช้งานจริงยิ่งขึ้น</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="623" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-1024x623.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-1024x623.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-300x182.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-768x467.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน-180x110.jpg 180w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/8_เสริมความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน-ด้วยพลังงานหมุนเวียน.jpg 1470w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="575" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-1024x575.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-1024x575.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-300x169.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP-768x432.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/02/9_โรงงานลองเซิน-ปิโตรเคมิคอลส์-เวียดนาม-LSP.jpg 1187w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong><em>“แม้ปี 2569 ยังมีความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกและไทย แต่</em></strong><strong><em>เอสซีจีจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของทุกธุรกิจ พร้อมสู้ทุกความท้าทาย</em></strong> <strong><em>และหาโอกาสเติบโตใหม่ ๆ มั่นใจว่าเรา “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่”” นายธรรมศักดิ์ กล่าวปิดท้าย</em></strong></p>
<p>ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเป็นเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับครึ่งปีแรกในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2568 และจะจ่ายเงินปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 2.5 บาท กำหนดจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับของบริษัท ตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 2 เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 1 เมษายน 2569) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2569 และให้รับเงินปันผลภายใน 10 ปี</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35768/">ผลประกอบการเอสซีจีปี 68 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ 5.5 หมื่นล้านบาท แกร่งกว่าปี 67</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กรุงศรีประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35630/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Jan 2026 10:00:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Krungsri Net Profit 2025]]></category>
		<category><![CDATA[NPL กรุงศรี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี กลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี กำไร 31.74 พันล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี กำไรพิเศษ TIDLOR 2568]]></category>
		<category><![CDATA[กรุงศรี กำไรสุทธิ 2568]]></category>
		<category><![CDATA[การรวมพอร์ต TIDLOR เข้ากรุงศรี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผลประกอบการปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ NIM กรุงศรี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[เคนอิจิ ยามาโตะ แนวโน้มเศรษฐกิจไทย 2569]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35630</guid>

					<description><![CDATA[<p>กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35630/">กรุงศรีประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35632 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-24.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-24.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-24-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>กรุงศรี</strong> (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการสำหรับปี 2568 มีกำไรสุทธิจำนวน 31.74 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>ท่ามกลางความท้าทายของสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน ในปี 2568 กรุงศรีดำเนินกลยุทธ์การเติบโตอย่างมีคุณภาพเพื่อรักษาคุณภาพของสินทรัพย์ ส่งผลให้เงินให้สินเชื่อ เติบโต 1.7% จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 2.7% นอกจากนี้ การขยายตัวของสินเชื่อยังเกิดจากการรวมพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจที่ลดลง ส่งผลให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและสินเชื่อรายย่อยหดตัวลง</p>
<p><strong>สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับปี </strong><strong>2568 </strong></p>
<ul>
<li><strong>กำไรสุทธิ</strong>ในปี 2568 จำนวน 31,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น9% หรือ 2,039 ล้านบาท จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษที่เกิดจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน บมจ. ติดล้อ โฮลดิ้งส์ (TIDLOR) การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรวมพอร์ตสินเชื่อของ TIDLOR ใน<br />
ครึ่งหลังของปี</li>
<li><strong>เงินให้สินเชื่อรวม</strong> เพิ่มขึ้น 7% หรือจำนวน 32,779 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากสินเชื่อเพื่อรายย่อยที่ได้รับจากการรวมงบการเงิน (Consolidation) ของ TIDLOR กอปรกับการเติบโตของเงินให้สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ขณะที่สินเชื่อขนาดกลางและขนาดย่อมปรับลดลง</li>
<li><strong>เงินรับฝาก </strong>ลดลง 8% หรือจำนวน 86,901 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของเงินรับฝากประจำ สะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุก ท่ามกลางสภาวะที่เงินให้สินเชื่อเติบโตต่ำ</li>
<li><strong>ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ </strong><strong>(NIM)</strong> เพิ่มขึ้นมาที่ 35% จาก 4.28% ในปีก่อนหน้า เป็นผลจากการบริหารต้นทุนทางการเงินเชิงรุกของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการรวมพอร์ตสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงจาก TIDLOR ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 แม้ว่าความต้องการสินเชื่อโดยรวมจะอ่อนตัวลง</li>
<li><strong>รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย</strong> เพิ่มขึ้น 1% หรือ 6,402 ล้านบาท จากปี 2567 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ กำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนใน TIDLOR กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และหนี้สูญรับคืน</li>
<li><strong>อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้</strong> อยู่ที่ 0%</li>
<li><strong>อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (</strong><strong>NPL Ratio) </strong>อยู่ที่26% เทียบกับ 3.23% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567 ขณะที่สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 227 เบสิสพอยท์ สะท้อนการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง ส่งผลให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 126.9%</li>
<li><strong>อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) </strong>อยู่ที่ 69% เทียบกับ 19.38%<br />
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2567</li>
</ul>
<p><strong> </strong><strong>นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างรอบด้าน กรุงศรียังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับปีนี้ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์และต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุมต่อเนื่อง เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวัง นอกจากนี้ ธนาคารยังเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างไม่เต็มศักยภาพ”</p>
<p>นายเคนอิจิให้ความเห็นเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจว่า “คาดว่าเศรษฐกิจในปี 2569 จะเติบโตประมาณ 1.8% ซึ่ง ต่ำกว่าศักยภาพ และลดลงจาก 2.1% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงปัจจัยความท้าทายทั้งในเชิงวัฏจักรและ<br />
เชิงโครงสร้าง การบริโภคมีแนวโน้มชะลอลงจากการเติบโตของรายได้ที่อ่อนแอ ขณะที่การส่งออกยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการเก็บภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และการแข็งค่าของเงินบาท อย่างไรก็ตาม ภาคท่องเที่ยวและการลงทุนภาคเอกชนจะยังคงเป็นแรงช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ จากการคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 35.5 ล้านคน และแรงสนับสนุนจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยยังคงชะลอตัว โดยถูกจำกัดจากมาตรการกีดกันทางการค้าและการใช้จ่ายในประเทศที่ไม่แข็งแรง”</p>
<p>ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.93 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.74 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.65 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 336.60 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 20.69% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 16.41%</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35630/">กรุงศรีประกาศผลกำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 31.74 พันล้านบาท มุ่งเน้นกลยุทธ์เติบโตอย่างมีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดนทิสเต้ประกาศแผนปี 2569 ตั้งเป้าผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย  ชู 3 กลยุทธ์ นวัตกรรมยาสีฟัน-รุกตลาดอาเซียน-ผนึกความร่วมมือกับลิซ่าต่อเนื่องปีที่ 4</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/35596/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 16 Jan 2026 09:18:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[DENTISTE 4 Years of Trust One Confident Smile]]></category>
		<category><![CDATA[Dentiste Remin เทคโนโลยี BioMin F]]></category>
		<category><![CDATA[มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากพรีเมียม 2568]]></category>
		<category><![CDATA[ยาสีฟันเดนทิสเต้ LISA 10 ไอเทมพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวกร พิทยานุกุล เดนทิสเต้ 2569]]></category>
		<category><![CDATA[เดนทิสเต้ ผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย]]></category>
		<category><![CDATA[เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ 2026]]></category>
		<category><![CDATA[เดนทิสเต้ รุกตลาดอาเซียน สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[เดนทิสเต้ แผนปี 2569 LISA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=35596</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดนทิสเต้ (DENTISTE’) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในเอเชีย เดินหน้าทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมด้านนวัตกรรมดูแลช่องปาก (Premium Market Leadership &#038; Innovation) 2) รุกตลาดยาสีฟัน<br />
พรีเมียมในอาเซียน (Regional Market Penetration) ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และอยากครองใจผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ยาสีฟันเดนทิสเต้ระดับพรีเมียม นำโดยลิซ่า ที่จะเป็นตัวแทนเดนทิสเต้ครองใจผู้บริโภคใน 3 ประเทศ 3) สานต่อความร่วมมือกับ “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” (Collaboration with LISA) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35596/">เดนทิสเต้ประกาศแผนปี 2569 ตั้งเป้าผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย  ชู 3 กลยุทธ์ นวัตกรรมยาสีฟัน-รุกตลาดอาเซียน-ผนึกความร่วมมือกับลิซ่าต่อเนื่องปีที่ 4</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-35597 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-20.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-20.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/News-Memag-Online-20-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p>เดนทิสเต้ (DENTISTE’) แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในประเทศไทย ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในเอเชีย เดินหน้าทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดพรีเมียมด้านนวัตกรรมดูแลช่องปาก <strong>(Premium Market Leadership &#038; Innovation)</strong> 2) รุกตลาดยาสีฟัน<br />
พรีเมียมในอาเซียน (<strong>Regional </strong><strong>Market Penetration</strong><strong>) </strong>ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ และอยากครองใจผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ยาสีฟันเดนทิสเต้ระดับพรีเมียม นำโดยลิซ่า ที่จะเป็นตัวแทนเดนทิสเต้ครองใจผู้บริโภคใน 3 ประเทศ 3) สานต่อความร่วมมือกับ “ลิซ่า–ลลิษา มโนบาล” (<strong>Collaboration with LISA</strong><strong>)</strong> ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “4 Years of Trust, One Confident Smile” เพื่อสื่อสารแนวคิด “รอยยิ้มสวยมั่นใจ” ของลิซ่าที่พิสูจน์มาแล้วกว่า 4 ปี และสร้างความประทับใจและการจดจำแบรนด์เดนทิสเต้</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-35599 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04.jpg" alt="" width="1170" height="780" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04.jpg 1800w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_04-450x300.jpg 450w" sizes="(max-width: 1170px) 100vw, 1170px" /></p>
<p><strong>นายศิวกร พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป</strong><strong> </strong><strong>จำกัด</strong> เปิดเผยว่า “เดนทิสเต้ เป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ Premium Oral Care ของไทยที่เติบโตไปสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก เรามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียม เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้กับผู้คนผ่าน Innovation ต่างๆ เพื่อการมีสุขภาพช่องปากที่ดี มีรอยยิ้มที่มั่นใจ และลมหายใจหอมสดชื่น โดยมีจำหน่ายใน 27 ประเทศทั่วโลก”</p>
<p>ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากโดยรวมในปี 2568 มีมูลค่า 18,500 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปี 2567 ประมาณ 6% เนื่องจากปัจจัยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ควบคู่กับความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การดูแลในระยะยาว ในส่วนของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมโดยรวมในปี 2568 มีมูลค่า 4,000 ล้านบาท และมีการเติบโต 10% จากปี 2567 เนื่องจากการยอมรับของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและนวัตกรรม การให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการป้องกันในระยะยาวมากขึ้น รวมถึงแนวโน้มการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าและประสิทธิภาพสูงขึ้น</p>
<p>เดนทิสเต้ครองความเป็นที่ 1 และผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างแข็งแรง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มนี้ 30% และเติบโตมากกว่าตลาด โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2567 สูงถึง 20%ซึ่งเดนทิสเต้เติบโตในระดับนี้ทุกปี</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_06.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-6"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_05.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p>ความสำเร็จของเดนทิสเต้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา เกิดจากการเติบโตด้านนวัตกรรมต่างๆ โดยมีผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ รีมิน (Dentiste&#8217; Remin) ซึ่งเป็นนวัตกรรมเซรั่มฟันที่มีเทคโนโลยี BioMin® F จากประเทศอังกฤษ ช่วยซ่อมแซม ฟื้นฟู และปกป้องเคลือบฟัน โดยการเติมแร่ธาตุกลับเข้าไปในผิวฟัน ช่วยลดอาการเสียวฟัน ป้องกันฟันผุ เสริมความแข็งแรงให้ฟัน และทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมให้มีการเติบโตสูง เนื่องจากคนไทยมีปัญหาเสียวฟันทั่วประเทศ นอกจากนี้ ในด้านการดูแลสุขภาพ<br />
ช่องปาก เดนทิสเต้ยังต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างครบวงจร (holistic care) นอกจากการแก้ปัญหากลิ่นปากโดยเฉพาะแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งปัญหากลิ่นปากกับฟันผุ และเสียวฟัน เช่น Dentiste&#8217; Remin, Dentiste&#8217; Repaire, และยาสีฟัน Dentiste&#8217; Whitening Purple เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>นายศิวกร กล่าวต่อไปว่า “</strong>คนไทย คนเอเชีย และคนทั้งโลกมีความต้องการที่คล้ายกัน คือ อยากได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น เปลี่ยนเป็นสู่เทรนด์ Premiumization มากขึ้น โดยนวัตกรรมของเดนทิสเต้ ได้ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมา เรามุ่งสนับสนุนการมีสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย โดยมีแคมเปญแจกผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ แม็กซ์ ให้กับกรมอนามัย และคลินิกทั่วประเทศ ผมอยากเชิญชวนคลินิกที่สนใจมาร่วมแคมเปญกับเรา รับยาสีฟันฟรี เพื่อร่วมมือโปรโมทการป้องกันฟันผุด้วยเดนทิสเต้ แม็กซ์ที่มีฟลูออไรด์ 1500 ppm ขนาด 10 กรัม ซึ่งแจกไปกว่าหนึ่งล้านหลอดในปี 2568 และยังแจกยาสีฟันฟรีผ่านคลินิกที่ร่วมแคมเปญอย่างต่อเนื่องในปี 2569 นอกจากนี้ ลิซ่า ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ ได้สร้าง “Lisa Impact” ผลกระทบที่ดีให้กับแฟนคลับ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์เดนทิสเต้”</p>
<p><strong>เปิด </strong><strong>3 กลยุทธ์เดนทิสเต้สร้างแบรนด์ให้ครองใจผู้บริโภคไทยและอาเซียน<br />
</strong>นายศิวกรกล่าวเสริมว่า “ในปีนี้ เดนทิสเต้มุ่งตอกย้ำการเป็นแบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียม ผ่านกลยุทธ์หลักในการยกระดับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทุกด้าน การรุกตลาดยาสีฟันระดับพรีเมียมในภูมิภาคอาเซียน และความร่วมมือกับแบรนด์แอมบาสเดอร์อันดับหนึ่งอย่างลิซ่า ลลิษา มโนบาล อย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ เป็นปีที่ลิซ่ากลับมาเปิดตัวยาสีฟันเดนทิสเต้ สูตรใหม่  “<strong>เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์” </strong>เป็นปีที่ 4 และมาแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปากครบวงจร เป็นการร่วมมือเป็นพันธมิตร 4 ปีแห่งความเชื่อมั่นในคุณภาพของเดนทิสเต้ และลิซ่าก็ยังใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจผ่าน “Confident Smile” รอยยิ้มมั่นใจไปสู่คนรุ่นใหม่และครองใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างเหนียวแน่น”</p>
<p>&nbsp;</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div  class="wpb_single_image wpb_content_element vc_align_left">
		
		<figure class="wpb_wrapper vc_figure">
			<div class="vc_single_image-wrapper   vc_box_border_grey"><img width="1024" height="683" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-1024x683.jpg" class="vc_single_image-img attachment-large" alt="" loading="lazy" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-1024x683.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-300x200.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-768x512.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-1536x1024.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07-450x300.jpg 450w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2026/01/DENTISTE_07.jpg 1800w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></div>
		</figure>
	</div>
</div></div></div></div><div class="vc_row wpb_row vc_row-fluid"><div class="wpb_column vc_column_container vc_col-sm-12"><div class="vc_column-inner"><div class="wpb_wrapper">
	<div class="wpb_text_column wpb_content_element " >
		<div class="wpb_wrapper">
			<p><strong>กลยุทธ์ที่ </strong><strong>1: ผู้นำด้าน</strong><strong>นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ตอบโจทย์ผู้บริโภค </strong><strong>(</strong><strong>Premium Market Leadership &#038; Innovation)</strong></p>
<p>เดนทิสเต้ชี้ว่า อินไซต์ผู้บริโภคไทยที่ให้ความสำคัญกับ “สุขภาพเชิงป้องกัน” (Proactive Wellness) มากขึ้น ไม่ใช่แค่ฟันขาว แต่มองว่าการดูแลสุขภาพช่องปากเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในปีนี้ เดนทิสเต้จึงมุ่งเน้นกลยุทธ์การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาสีฟัน <strong>“</strong><strong>เดนทิสเต้<br />
พรีเมียม แคร์</strong><strong> 2026” </strong><strong>นวัตกรรมยาสีฟัน </strong><strong>10 in 1 หลอดสีทอง </strong>สูตรที่ดีที่สุดของเดนทิสเต้ ดูแลครบจบปัญหาเหงือกและฟันในหลอดเดียว ผสมผสาน Postbiotics กับ Zinc &#038; CPC และสมุนไพรพรีเมียมกว่า 14 ชนิด ช่วยลดปัญหาในช่องปาก เช่น เลือดออกตามไรฟัน แผลในปาก เหงือกอักเสบ พร้อมปรับสมดุลและยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้ถึง 12 ชั่วโมง ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้ดูแลช่องปากอย่างเข้มข้นนานถึง 12 ชั่วโมง และป้องกันฟันผุด้วย Sodium Fluoride 1100 ppm</p>
<p><strong><br />
</strong>นอกจากนี้ ลิซ่ายังเปิดตัว เดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช สูตรเข้มข้น เพื่อช่วยลมหายใจหอมสดชื่นยาวนาน และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากระหว่างวัน เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกวัน  <strong><br />
</strong><strong><br />
</strong><strong>กลยุทธ์ที่ </strong><strong>2: เจาะจงและรุกตลาดอาเซียน 3 ประเทศ (</strong><strong>Regional </strong><strong>Market Penetration</strong><strong>)</strong></p>
<p>เดนทิสเต้วางกลยุทธ์รุกตลาดอาเซียนในปี 2569 ใน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ โดยมีประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีเป็นต้นแบบ โดยทั้งสามประเทศเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียมจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ และมีความชื่นชอบศิลปินระดับซูเปอร์สตาร์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>กลยุทธ์ที่ </strong><strong>3: สานต่อความร่วมมือกับลิซ่า-ลลิษา มโนบาล (</strong><strong>Collaboration with LISA</strong><strong>) </strong></p>
<p>นายศิวกรกล่าวว่า “ผมขอขอบคุณลิซ่าที่จับมือกับเดนทิสเต้ ทำให้คนไทยมีสุขภาพฟันที่ดี มีรอยยิ้มสดใส และมีความมั่นใจในเดนทิสเต้ตลอด 3 ปีที่ผ่านแคมเปญและกิจกรรมดีๆ อย่างต่อเนื่อง ขอขอบคุณคนไทยที่เชื่อมั่นเดนทิสเต้<br />
มาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกจนปัจจุบัน เราสัญญาว่า จะดูแลสุขภาพช่องปาก มอบนวัตกรรมดีๆ เสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย เดนทิสเต้ เป็นแบรนด์ไทยที่เติบโตสู่การเป็น Global brand เช่นเดียวกับ ลิซ่า ซึ่งเป็นศิลปินคนไทยที่ก้าวสู่การเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก เรามี DNA เดียวกันในการสร้างแบรนด์พรีเมียมสู่เวทีระดับโลก”</p>
<p>ในปีนี้ เดนทิสเต้จึงมุ่งสานต่อความร่วมมือระยะยาวกับลิซ่าเป็นปีที่ 4 ภายใต้คอนเซ็ปต์ <strong>“4 </strong><strong>Years of Trust, </strong><strong><br />
</strong><strong>One Confident Smile” </strong><strong>4 ปีแห่งความเชื่อมั่น กับหนึ่งรอยยิ้มมั่นใจ”</strong> ที่มุ่งถ่ายทอดถึง 4 ปีแห่งความมั่นใจในการใช้ผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ของลิซ่า ซึ่งยังคงใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง พร้อมแชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพช่องปาก และสื่อสาร “<strong>Confident Smile</strong>” รอยยิ้มอย่างมั่นใจของลิซ่าไปสู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปาก ด้วยการทดลองใช้เดนทิสเต้ในวงกว้าง</p>
<p><strong> </strong>โดยลิซ่าจะเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเดนทิสเต้ใน 3 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ เพื่อสร้าง<br />
แรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่าน “Confident Smile” รอยยิ้มอย่างมั่นใจแบบลิซ่า สร้างการจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค Gen Y และ Gen Z และส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากด้วยการทดลองใช้เดนทิสเต้ในวงกว้าง</p>
<p>สำหรับประเทศไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ลิซ่า เป็นตัวแทนรอยยิ้มและสุขภาพที่ดี โดยที่ลิซ่าจะมาแนะนำผลิตภัณฑ์เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์ และ เดนทิสเต้ พรีเมียม เม้าท์สเปรย์ เอ็กซ์ตร้า เฟรช ซึ่งจะสื่อสารผ่านสื่อโฆษณาทั่วประเทศ พร้อมจัดแคมเปญซื้อยาสีฟันแถมแปรงสีฟัน พร้อมเตรียมเปิดตัวไอเทมและคอลเลคชั่นพิเศษที่จับมือร่วมกับ LISA อีก<br />
10 ไอเทมไว้ให้แฟนคลับลุ้นตลอดปี</p>
<p>นายศิวกรกล่าวทิ้งท้ายว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การเติบโตด้านยอดขาย แต่คือการ Connect เชื่อมความผูกพันของผู้คนด้วยความมั่นใจ เริ่มต้นด้วยการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและดีเยี่ยมทุกๆ วัน เราตั้งเป้าอยากให้ผู้บริโภคได้ทดลองผลิตภัณฑ์และมีสุขภาพช่องปากที่ดีขึ้น โดยมุ่งผลักดันแบรนด์เดนทิสเต้ให้แข็งแกร่งและครองใจผู้บริโภคด้วยคุณภาพและนวัตกรรม ก้าวสู่การเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมอันดับหนึ่งในเอเชียภายในปี 2569 นี้”</p>
<p>“ยาสีฟัน เดนทิสเต้ พรีเมียม แคร์” (DENTISTE’ Premium Care Toothpaste) ใหม่ มีจำหน่ายใน 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 50 กรัม ราคา 165 บาท และขนาด 100 กรัม ราคา 275 บาท “เซรั่มฟันรีมิน” (DENTISTE’ Remin Biomin Tooth Serum)มีจำหน่ายในขนาด 15 กรัม ราคา 395 บาท และ “เดนทิสเต้ รีแพร์” (DENTISTE’ Repaire-ReX 3 Tooth Serum) ขนาด 70 กรัม ราคา 860 บาท สามารถซื้อได้ที่ทุกห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ช่องทางออนไลน์ Lazada Shopee และ Tiktok Shop และเว็บไซต์ Official DENTISTE’ หรือคลิก <a href="http://www.dentiste-oralcare.com">www.dentiste-oralcare.com</a> ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p>

		</div>
	</div>
</div></div></div></div><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/35596/">เดนทิสเต้ประกาศแผนปี 2569 ตั้งเป้าผู้นำผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากระดับพรีเมียมในเอเชีย  ชู 3 กลยุทธ์ นวัตกรรมยาสีฟัน-รุกตลาดอาเซียน-ผนึกความร่วมมือกับลิซ่าต่อเนื่องปีที่ 4</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรุกตลาดนักเดินทางรุ่นใหม่ ตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ภายในปี 2570</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/33806/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 03:09:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[NEWS & EVENT]]></category>
		<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Gother AI ท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[Gother K PLUS Krungthai NEXT เป๋าตัง]]></category>
		<category><![CDATA[Gother จองทริปครบวงจร]]></category>
		<category><![CDATA[Gother นักเดินทางรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Gother เติบโต 300%]]></category>
		<category><![CDATA[Gother เป้าหมาย 1 ใน 3]]></category>
		<category><![CDATA[Gother แพลตฟอร์มคนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Gother แพลตฟอร์มท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล กรุงไทย เวนเจอร์ส]]></category>
		<category><![CDATA[อนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร Gother]]></category>
		<category><![CDATA[เทคโนโลยี AI ในการท่องเที่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แอปจองท่องเที่ยวไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โกเธอร์ เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=33806</guid>

					<description><![CDATA[<p> โกเธอร์ (Gother) แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวโดยคนไทย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33806/">Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรุกตลาดนักเดินทางรุ่นใหม่ ตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ภายในปี 2570</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-33807 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/06/News-Memag-Online-99.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/06/News-Memag-Online-99.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/06/News-Memag-Online-99-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong> โกเธอร์ (</strong><strong>Gother)</strong> แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวโดยคนไทย เพื่อคนไทย โดย<strong>บริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด</strong> ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง <strong>บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล</strong> (บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย) และ <strong>กรุงไทย เวนเจอร์ส</strong> (บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกรุงไทย) เดินหน้าต่อยอดความสำเร็จจากตัวเลขการเติบโตทางธุรกิจ 300% ในเวลาเพียง 7 เดือนหลังเพิ่งเปิดตัวในปีที่ผ่านมา พร้อมยกระดับบริการรุกตลาดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ชูจุดเด่นบริการจองทริปเดินทางอย่างครบวงจร ไม่เพียงบริการจองที่พัก จองเที่ยวบิน จองรถเช่า แพ็กเกจทัวร์ แต่ยังรวมถึงกิจกรรมน่าลองมากมาย ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของคนไทยในปัจจุบัน และยังโดดเด่นด้วยช่องทางการบริการออนไลน์ที่หลากหลาย ควบคู่กับการทำธุรกรรมทางการเงินอย่างไม่มีสะดุดบนแพลตฟอร์มโมบายแบงก์กิ้งยอดนิยม อย่าง K PLUS, Krungthai NEXT และแอปฯ เป๋าตัง ซึ่งจะช่วยผลักดันให้โกเธอร์เติบโต และขึ้นเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มไทยยอดนิยมภายในปี 2570</p>
<p><strong>นายอนุพงษ์ เกรียงไกรลิปิกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสิร์ชเอ็นจินอ็อปทิไมเซชั่น จำกัด ผู้ก่อตั้งโกเธอร์ </strong>กล่าวว่า โกเธอร์ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก แต่เป็นส่วนหนึ่งของ &#8216;ไลฟ์สไตล์การเดินทาง&#8217; ซึ่งนำเสนอทั้งกิจกรรมและประสบการณ์ ที่จะเติมเต็มทุกทริปการเดินทางของทุกคนให้พิเศษยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำจุดยืนการเป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทย ที่มุ่งส่งมอบบริการที่เข้าใจและเข้าถึงความต้องการและวัฒนธรรมของคนไทยอย่างแท้จริง โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2567 โกเธอร์ก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนทำให้ตัวเลขการเติบโตสูงถึง 4 เท่า ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี และมีแนวโน้มที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 นี้ โกเธอร์ยังพร้อมยกระดับแพลตฟอร์มไปอีกขั้น ผ่าน 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่</p>
<ol>
<li>การพัฒนาช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งบนเว็บไซต์ <a href="http://www.gother.com">www.gother.com</a> แอปพลิเคชัน Gother ที่ให้บริการทั้งบน iOS และ Android รวมถึงแพลตฟอร์มโมบายแบงก์กิ้งชั้นนำอย่าง K PLUS, Krungthai NEXT และแอปฯ เป๋าตัง ที่ยังมาพร้อมระบบชำระเงินที่สะดวกและปลอดภัย ช่วยให้สามารถจองทริปและชำระเงินได้เสร็จสิ้นบนแพลตฟอร์มเดียว</li>
<li>การใช้เทคโนโลยีพัฒนาระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งาน และนำมาพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น โดยวางแผนที่จะเปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์ และแนะนำประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เหมาะกับรูปแบบการเดินทางของแต่ละบุคคลภายในปีนี้</li>
<li>การขยายเครือข่ายพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สายการบิน และผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นนำ ทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความหลากหลายของบริการ ครอบคลุมตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม กิจกรรมท่องเที่ยว บริการรถเช่า ไปจนถึงแพ็กเกจทัวร์ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับกลุ่มนักเดินทางที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับราคาที่เข้าถึงได้ ตลอดจนโปรโมชัน ข้อเสนอพิเศษ พร้อมส่วนลดที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยว</li>
</ol>
<p>ด้วยกลยุทธ์ดังกล่าว โกเธอร์จึงมุ่งเป้าหมายสร้างยอดจอง 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 และจะก้าวขึ้นเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของคนยุคใหม่ได้ครบทุกความต้องการด้านการเดินทางในที่เดียว นอกจากนี้ โกเธอร์ยังมั่นใจว่า ด้วยการร่วมลงทุนของ บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล และ กรุงไทย เวนเจอร์ส จะช่วยเสริมศักยภาพและผลักดันให้โกเธอร์เติบโตได้ตามเป้าหมาย และเป็นแพลตฟอร์มของคนไทยที่รู้ใจคนไทยอย่างแท้จริง</p>
<p>สำหรับเดือนมิถุนายน ปี 2568 นี้ โกเธอร์เตรียมจัดแคมเปญส่งเสริมการขายครั้งใหญ่ของปี โดยจะมอบส่วนลดสูงสุด 60% สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก กิจกรรมน่าลอง ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน 2568 &#8211; 30 มิถุนายน 2568 โดยสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ <a href="http://www.gother.com">www.gother.com</a></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33806/">Gother เดินหน้ายกระดับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรุกตลาดนักเดินทางรุ่นใหม่ ตั้งเป้าเป็น 1 ใน 3 แพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย ภายในปี 2570</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>BJC เผยกำไร Q1/68 พุ่ง 155% รับผลบวกต้นทุนลด – ไม่มีรายการภาษีพิเศษเหมือนปีก่อน</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/33516/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 May 2025 08:47:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[BJC กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น]]></category>
		<category><![CDATA[BJC ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[BJC ผลประกอบการ Q1/68]]></category>
		<category><![CDATA[BJC รายงานผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[BJC สินค้าอุปโภคบริโภค ผลประกอบการ]]></category>
		<category><![CDATA[กลยุทธ์ Big C ขยายสาขา ปี 2568]]></category>
		<category><![CDATA[กำไร BJC ไตรมาส 1/68]]></category>
		<category><![CDATA[วิเคราะห์ BJC ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ไตรมาส 1/68]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=33516</guid>

					<description><![CDATA[<p>บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33516/">BJC เผยกำไร Q1/68 พุ่ง 155% รับผลบวกต้นทุนลด – ไม่มีรายการภาษีพิเศษเหมือนปีก่อน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-33517 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/05/News-Memag-Online-83-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/05/News-Memag-Online-83-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/05/News-Memag-Online-83-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p><strong>บมจ.เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/68 ที่ 1,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% จากปีก่อน จากต้นทุนลดลง และไม่มีผลกระทบจากรายการภาษีพิเศษเหมือนไตรมาสเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษ บริษัทมีกำไรสุทธิปรับปรุงที่ 1,267 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6%</strong></p>
<p>รายได้รวมอยู่ที่ <strong>41,616</strong> ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.8% ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 0.9% จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงในหลายกลุ่มธุรกิจ</p>
<p>บริษัทฯ ยังเดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานต่อเนื่อง และได้ยุติธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ได้แก่ บริษัท ไทย-สแกนดิค สตีล จำกัด (TSS) เพื่อโฟกัสธุรกิจหลักตามแผนกลยุทธ์ระยะยาว</p>
<p><strong>กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์</strong></p>
<p>BJC รายงานยอดขายกลุ่มบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 1/68 ที่ 5,699 ล้านบาท ลดลง 10.1% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง และความต้องการกระป๋องอะลูมิเนียมในไทย-เวียดนามที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.6% อยู่ที่ 512 ล้านบาท จากอัตรากำไรที่ดีขึ้นตามต้นทุนหลัก เช่น โซดาแอช เศษแก้ว และก๊าซธรรมชาติที่ลดลง</p>
<p>ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แก้วแม้ยอดขายลดลง 7.1% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากการบริหารต้นทุนและการเติบโตของธุรกิจร่วมค้าในต่างประเทศ ขณะที่กลุ่มบรรจุภัณฑ์กระป๋องได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลง 13.1% และอัตรากำไรที่อ่อนตัว</p>
<p><strong>กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค </strong></p>
<p>BJC รายงานยอดขายกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภคในไตรมาส 1/68 อยู่ที่ 5,666 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% จากปีก่อน จากยอดขายที่แข็งแกร่งในกลุ่มอาหารและสินค้าอุปโภค ดันกำไรสุทธิแตะ 375 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% โดยมีอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเป็น 6.6%</p>
<p>กลุ่มธุรกิจอาหารเติบโตเล็กน้อย 1.2% จากแคมเปญส่งเสริมการขาย ด้านกลุ่มสินค้าอุปโภคยอดขายพุ่ง 12.1% จากธุรกิจจัดจำหน่ายกระดาษและสินค้ากลุ่มแพรอท พร้อมประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนกลุ่มธุรกิจต่างประเทศแม้ยอดขายลดลงจากผลกระทบค่าเงิน แต่สามารถรักษากำไรสุทธิเติบโตได้จากการควบคุมค่าใช้จ่าย</p>
<p><strong>กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิค </strong></p>
<p>กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และเทคนิคของ BJC ไตรมาส 1/68 มียอดขาย 2,121 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากยอดขายผลิตภัณฑ์ความงาม เช่น โบท็อกซ์ และอุปกรณ์การแพทย์            แม้กลุ่มเทคนิคจะชะลอตัวจากการหยุดธุรกิจ TSS</p>
<p>อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นแตะ 35.0% จาก Product mix ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลงจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปิดกิจการ TSS ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 70.4% เหลือ 56 ล้านบาท</p>
<p>อย่างไรก็ดี หากไม่รวมรายการพิเศษ กลุ่มเวชภัณฑ์และเทคนิคมีกำไรหลัก (Core Profit) เพิ่มขึ้น 23.4% แตะ 232 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเป็น 10.9% จาก 8.9% ในปีก่อนหน้า</p>
<p><strong>กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ </strong></p>
<p>กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ของ BJC ไตรมาส 1/68 รายได้รวมอยู่ที่ 28,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% จากปีก่อน โดยรายได้จากการขายสินค้าเติบโต 1.8% แตะ 25,483 ล้านบาท จากยอดขายกลุ่มอาหารสดและอาหารแห้งที่แข็งแกร่ง ยอดขายสาขาเดิม (SSSG) โต 2.1% หรือ 3.4% หากไม่รวมผลจากปีอธิกสุรทิน</p>
<p>รายได้อื่นลดลง 3.6% จากการปรับปรุงสาขาและปิด 3 สาขาไฮเปอร์มาร์เก็ต ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 89.4%</p>
<p>อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 18.1% จาก Product mix ที่เปลี่ยนไป โดยสินค้ากลุ่มไม่ใช่อาหารมีสัดส่วนลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานและ EBITDA ลดลงเล็กน้อยเป็น 5.8% และ 12.2% ตามลำดับ</p>
<p>กำไรสุทธิของกลุ่มค้าปลีกไตรมาสนี้อยู่ที่ 977 ล้านบาท ลดลง 6.2% จากปีก่อน ตามการลดลงของรายได้อื่นและมาร์จิ้นรวม</p>
<p>กลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/68 โดยได้เปิดบิ๊กซี ไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 1 สาขา ที่หัวหินประเทศไทย รวมถึงเปิดบิ๊กซี มินิจำนวน 16 สาขา ร้านหนังสือเอเชีย บุ๊คส์จำนวน 1 สาขา บิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 6 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิสฮับจำนวน 5 สาขา และร้านกาแฟวาวี 1 สาขา รวมทั้งมีการปิดสาขาบิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 1 สาขา บิ๊กซี มินิจำนวน 3 สาขา บิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 3 สาขา ร้านขายยาเพรียว 1 สาขา และร้านกาแฟวาวีจำนวน 8 สาขาในระหว่างไตรมาส ส่งผลให้เครือข่ายร้านค้าของบริษัทมีร้านค้าไฮเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 155 สาขา (รวมบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์จำนวน 1 สาขาในประเทศกัมพูชา และบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์จำนวน 1 สาขาในประเทศลาว) ร้านค้าขนาดซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวน 52 สาขา (บิ๊กซี มาร์เก็ตจำนวน 34 สาขา และบิ๊กซี ฟู้ดเพลสจำนวน 16 สาขาในประเทศไทย และ 2 สาขาในประเทศกัมพูชา) ร้านค้าบิ๊กซี ฮ่องกงจำนวน 17 สาขา ร้านค้าบิ๊กซี มินิ จำนวน 1,629 สาขา (รวมสาขาแฟรนไชส์ในประเทศไทยจำนวน 77 สาขา และบิ๊กซี มินิ จำนวน 19 สาขาในประเทศกัมพูชา) บิ๊กซี ดีโป้จำนวน 11 สาขา บิ๊กซี ฟู้ดเซอร์วิสจำนวน 12 สาขา ตลาด Open-Air จำนวน 9 สาขา ร้านขายยาเพรียวจำนวน 145 สาขา ร้านกาแฟวาวีจำนวน 36 สาขา ร้านหนังสือเอเชียบุ๊คส์จำนวน 70 สาขา ในขณะที่เครือข่ายร้านค้าโดนใจมีจำนวน 11,911 สาขา ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568</p>
<p><strong>กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี มุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยวิสัยทัศขององค์กรที่ตั้งเป้าหมาย เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือ เพื่อร่วมสร้างให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์เพื่อเติบโตต่อไปอย่างแข็งแกร่ง</strong></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33516/">BJC เผยกำไร Q1/68 พุ่ง 155% รับผลบวกต้นทุนลด – ไม่มีรายการภาษีพิเศษเหมือนปีก่อน</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อิกไนท์ เวนเจอร์ เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียรและพื้นที่โดยรอบ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางสีลม</title>
		<link>https://www.memagazine.co.th/33255/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[Memag Online]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 06:11:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[MARKET INSIGHT]]></category>
		<category><![CDATA[Ignite Venture ซื้อ Montien Hotel]]></category>
		<category><![CDATA[Jade Partners ลงทุน มณเฑียร]]></category>
		<category><![CDATA[Jade Partners ลงทุน โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[การลงทุน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม]]></category>
		<category><![CDATA[ซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียร]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดโรงแรม กรุงเทพฯ]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจโรงแรม ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มณเฑียร สุรวงศ์ ขายกิจการ]]></category>
		<category><![CDATA[อิกไนท์ เวนเจอร์ ซื้อ มณเฑียร]]></category>
		<category><![CDATA[อิกไนท์ เวนเจอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แลนด์มาร์ค สีลม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมมณเฑียร เจ้าของใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.memagazine.co.th/?p=33255</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการซื้อขายครั้งประวัติศาสตร์ที่จะพลิกโฉมภาคธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ บริษัท อิกไนท์ เวนเจอร์ จำกัด ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียรใจกลางสีลม ซึ่งครอบคลุมโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โรงแรมระดับตำนานที่มีห้องพักกว่า 500 ห้อง พร้อมด้วยสุรวงศ์ เรสซิเดนซ์ 179 ห้อง มณเฑียร ช้อปปิ้งมอลล์ และพื้นที่จอดรถ</p>
<p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33255/">อิกไนท์ เวนเจอร์ เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียรและพื้นที่โดยรอบ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางสีลม</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img loading="lazy" class="size-full wp-image-33256 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/News-Memag-Online-20-1.png" alt="" width="744" height="531" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/News-Memag-Online-20-1.png 744w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/News-Memag-Online-20-1-300x214.png 300w" sizes="(max-width: 744px) 100vw, 744px" /></p>
<p>ในการซื้อขายครั้งประวัติศาสตร์ที่จะพลิกโฉมภาคธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ <strong>บริษัท</strong> <strong>อิกไนท์ เวนเจอร์ จำกัด</strong> ได้เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียรใจกลางสีลม ซึ่งครอบคลุมโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โรงแรมระดับตำนานที่มีห้องพักกว่า 500 ห้อง พร้อมด้วยสุรวงศ์ เรสซิเดนซ์ 179 ห้อง มณเฑียร ช้อปปิ้งมอลล์ และพื้นที่จอดรถ</p>
<p>การเข้าซื้อกิจการครั้งสำคัญนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของโรงแรมมณเฑียรซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 58 ปี ชื่อ “มณเฑียร” มีความหมายว่า “เรือนหลวง” สื่อถึงการต้อนรับอันอบอุ่นแบบไทย เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ และความเป็นเลิศด้านการบริการ ซึ่ง<strong>อิกไนท์ เวนเจอร์ </strong><strong>(Ignite Venture) </strong>มุ่งมั่นที่จะสืบสานและยกระดับให้ดียิ่งขึ้น</p>
<p>การลงทุนในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก <strong>บริษัท เจด พาร์ทเนอร์ส จำกัด</strong> <strong>(Jade Partners)</strong> และบริษัทลงทุนระดับโลกอย่าง <strong>ออร่า กรุ๊ป </strong><strong>(Aura Group)</strong> โดยมีการเข้าถือสิทธิการเช่าระยะยาวจากสภากาชาดไทยในพื้นที่ขนาด 10 ไร่ใจกลางย่านธุรกิจสีลม ดีลครั้งนี้ยังคาดว่าจะช่วยคืนชีวิตชีวาให้กับถนนสุรวงศ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่สำคัญและดำเนินมาอย่างยาวนานของกรุงเทพฯ โดยมีมูลค่าสิทธิการเช่ามากกว่า 2.5 พันล้านบาท ในระยะเวลา 25 ปี</p>
<p><img loading="lazy" class="wp-image-33258 aligncenter" src="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-scaled.jpg" alt="" width="1064" height="991" srcset="https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-scaled.jpg 2560w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-300x279.jpg 300w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-1024x954.jpg 1024w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-768x715.jpg 768w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-1536x1431.jpg 1536w, https://www.memagazine.co.th/wp-content/uploads/2025/04/Jade-Partners-Executives-2048x1907.jpg 2048w" sizes="(max-width: 1064px) 100vw, 1064px" /></p>
<p>ในการทำธุรกรรมครั้งนี้ <strong>บริษัท ตันตกิตติ์ จำกัด</strong> ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิการเช่ารายเดิมจะยังคงถือหุ้นส่วนน้อยใน อิกไนท์ เวนเจอร์ เพื่อรักษาความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เปิดประตูสู่ยุคใหม่แห่งการเติบโตเชิงกลยุทธ์ โดยบริษัทฯ ให้คำมั่นที่จะยึดมั่นในพันธกิจของสภากาชาดไทย และรักษาความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างองค์กรและสืบสานมรดกของโรงแรมมณเฑียร</p>
<p>เพื่อยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการ อิกไนท์ เวนเจอร์ ได้แต่งตั้ง <strong>Conduit House</strong> ผู้ประกอบการโรงแรมไทยที่มีประสบการณ์ เข้ามาบริหารโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อผสานมุมมองเชิงกลยุทธ์กับความเชี่ยวชาญภาคสนาม เสริมสร้างชื่อเสียงของมณเฑียรในฐานะแบรนด์บริการระดับโลก</p>
<p><em>“พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้ดูแลคนใหม่ของแบรนด์มณเฑียร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความผูกพันที่มีมาอย่างยาวนานกับกรุงเทพฯ เราจะพัฒนาและสานต่อด้วยความใส่ใจ พร้อมทั้งนำพาโรงแรมสู่อนาคตด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล” <strong>ธัญธร ณัฐธัมม์</strong> หุ้นส่วนจัดการ เจด พาร์ทเนอร์ส กล่าว</em></p>
<p>การซื้อกิจการโรงแรมครั้งนี้นำโดย เจด พาร์ทเนอร์ส บริษัทเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหลักทรัพย์นอกตลาดโดยมีผู้บริหาร ได้แก่ พนล ลีลามานิตย์ ธัญธร ณัฐธัมม์ เอเดรียน ลี และธีรภัทร ตั้งจิตนบ</p>
<p>โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองหลวงมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ และการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ อิกไนท์ เวนเจอร์ มีแผนที่จะยกระดับการบริการ พร้อมทั้งรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าและเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโรงแรม</p>
<p><em>“อุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง และไม่เคยทำให้ผิดหวัง พิสูจน์ได้จากความสำเร็จที่ผ่านมา และล่าสุดยังสามารถเติบโตได้ดีเกินคาด&#8221; พนล ลีลามานิตย์ กรรมการ อิกไนท์ เวนเจอร์ กล่าว “ประเทศไทยไม่เพียงแต่เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก แต่ยังเป็นหนึ่งในประเทศที่นักท่องเที่ยวกลับมาเยือนซ้ำมากที่สุด ด้วยอัธยาศัยไมตรีของคนไทย รสชาติอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย&#8221;</em></p>
<p>ในช่วงเริ่มต้น อิกไนท์ เวนเจอร์ จะมุ่งพัฒนาโรงแรมให้มีมาตรฐานระดับโลกในกลุ่มโรงแรม 4.5 ดาว ที่มีการบริหารจัดการโดยองค์กรเอกชนและสามารถแข่งขันกับแบรนด์ชั้นนำทั้งในกรุงเทพฯ และระดับสากล ผ่านการยกระดับการบริการ อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนการปรับปรุงห้องพักและพื้นที่โดยรอบ</p>
<p><em>แผนการปรับปรุงโรงแรมและพื้นที่โดยรอบจะเริ่มได้เร็วๆ นี้ โดยในระยะแรกจะเน้นในส่วนของห้องพักแขก ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดในปลายปีนี้  “การปรับปรุงโรงแรมของเราจะช่วยยกระดับประสบการณ์ของผู้เข้าพัก อีกทั้งส่งเสริมให้มณเฑียร สุรวงศ์ เป็นจุดหมายปลายทางด้านการบริการชั้นนำของภูมิภาคนี้” <strong>นายพนล</strong> กล่าว</em></p><p>The post <a href="https://www.memagazine.co.th/33255/">อิกไนท์ เวนเจอร์ เข้าซื้อกิจการโรงแรมมณเฑียรและพื้นที่โดยรอบ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางสีลม</a> first appeared on <a href="https://www.memagazine.co.th">MeMagazine</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
